[TOPBOM] ร้านดอกไม้

posted on 04 Dec 2011 22:17 by ployniezzz in ONESHOT

Description

 
บล๊อคนี้อัพ fiction ของคู่ชาย-หญิงที่มี main character มาจากวง BIGBANG กับ 2NE1
แล้วก็เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องราวในบล๊อคนี้
เป็นแค่จินตนาการของคนเขียน ไม่ได้มาจากเรื่องจริงแต่อย่างใดค่ะ

 

 

 

Title : ร้านดอกไม้

Paring : TOP x BOM

Rating : PG

Note :     Flower Language

 

---------------------------------------

 

 

                “ฮัลโหล พี่ดองอุคมีอะไร”

                “ซึงฮยอน แกอยู่ข้างนอกใช่ป่ะ”

                “ใช่ เพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จกำลังจะเข้าออฟฟิศ”

                “งั้นดีเลย แกสั่งทิวลิปสีแดงให้ลูกค้าซักช่อซิ เดี๋ยวเขาจะเข้ามาตอนบ่ายเนี่ย”

                “อะไรนะพี่ดองอุค”

                “หูแตกเหรอแก ฉันบอกให้แกไปสั่งดอกไม้มาซักช่อนึงจะให้ลูกค้า”

                “พี่ดองอุค บริษัทเราทำโฆษณานะ ทำไมต้องสั่งดอกไม้ให้ลูกค้าด้วยอ่ะ”

                “มันเป็นการผูกใจลูกค้าโว้ย บอกให้สั่งก็สั่งมา แล้วเอาบิลมาเบิกที่ดาร่า”

                “พี่ดองอุค เดี๋ยวๆ อ้าว..วางไปแล้ว”

 

                ซึงฮยอนส่ายหัวอย่างเซ็งๆ ใส่โทรศัพท์มือถือเครื่องบาง เพราะจู่ๆ ชเวดองอุคนึกครึ้มอะไรขึ้นมาไม่รู้ถึงโทรให้เขาสั่งดอกไม้ให้ลูกค้า คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างขัดใจก่อนจะพยายามมองหาร้านดอกไม้ในสถานีรถใต้ดิน ร่างสูงเดินไปถามเจ้าหน้าที่สาวตรงช่องบริการลูกค้า

 

                “ขอโทษครับ ทางออกไหนในสถานีมีร้านขายดอกไม้มั่งครับ”

                “ร้านขายดอกไม้เหรอคะ”

                เจ้าหน้าที่สาวหน้าหมวย แต่กรีดอายไลน์เนอร์คมกริบจนดูเปรี้ยวจี๊ดมองหน้าซึงฮยอนแบบงงๆ ซึงฮยอนเหลือบมองป้ายพนักงานของเจ้าหน้าที่ที่ติดไว้บนอกเสื้อบอกว่าสาวหมวยเฉี่ยวคนนี้ชื่อ ลีแชริน

                “ใช่แล้วฮะ คุณแชริน ร้านดอกไม้ฮะ”

                พูดจบก็ยิ้มหวานให้แชรินไปทีหนึ่ง เล่นเอาสาวเจ้าแก้มแดง ก็คนที่เดินดุ่มๆ เข้ามาถามหาร้านดอกไม้คนนี้น่ะ หล่อน้อยซะที่ไหน ตาคมกริบผิดจากหนุ่มเกาหลีทั่วไปบวกกับเครื่องหน้าที่งดงามทั้งจมูกและปาก ทำให้คนตรงหน้าดูราวกับรูป ยิ่งสวมสูทแบบลำลองราคาแพงระยับเสื้อแบบนี้ก็ยิ่งส่งให้หนุ่มคนนี้ดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

                “เอ่อ...ร้านดอกไม้ ในสถานีไม่มีนะคะ”

                “อา ไม่มีเหรอครับ” ซึงฮยอนพยักหน้าหงึกๆ ทั้งที่ในใจเริ่มจะหงุดหงิด แล้วจะไปหาร้านดอกไม้ให้พี่ดองอุคได้ที่ไหนวะเนี่ย

                “คุณออกไปทางออกที่สามซิคะ ตรงหัวมุมถนนที่ทางออกนั้นมีร้านดอกไม้น่ะค่ะ”

                ลีแชรินเอ่ยบอกทางให้ เพราะเธอจำได้ว่ามีร้านดอกไม้ที่อยู่ตรงนั้น พอบอกไปคนที่กำลังขมวดคิ้วก็ยิ้มหวานหยดให้แชรินใจเต้นตึกๆ แก้มร้อนอีกรอบ

                “ขอบคุณครับคุณแชรินคนสวย ถ้าผมใช้บริการรถไฟใต้ดินอีก จะแวะมาหานะครับ”

 

                ซึงฮยอนเดินลิ่วๆ ตรงไปตามทางออกที่สามที่แชรินบอก พลางนึกถึงท่าทางเขินอายของคุณพนักงานสาวแล้วก็ขำตัวเองอยู่ในใจ เพราะคงจะจริงอย่างที่พี่ดองอุคชอบค่อนแคะเขาอยู่บ่อยๆ ว่าเขาเป็นพวกชอบบริหารเสน่ห์ไปเรื่อย ไม่ค่อยคิดจะจริงจังกับใคร

 

                …ก็นะ ใครจะไปทำตัวถ่อยๆ กับสุภาพสตรีแสนน่ารัก น่าทะนุถนอมลงล่ะเออ..

 

                ทันทีที่เดินออกมาสถานีรถไฟใต้ดิน ซึงฮยอนก็เห็นร้านดอกไม้เล็กๆ อยู่ตรงหัวมุมตึกข้างๆ ทางออกพอดีเด๊ะ ร่างสูงเอียงคอน้อยๆ เพราะเขาก็ใช้รถไฟใต้ดินออกจะบ่อยไป แถมทางออกที่สามนี่ก็เคยเดินเข้าเดินออกตั้งหลายหนทำไมไม่สังเกตเลยนะว่ามีร้านดอกไม้อยู่ตรงนี้ด้วย

                มือแข็งแรงผลักประตูเข้าไปในร้าน ทันทีที่ก้าวเข้าไปกลิ่นดอกไม้หอมหวานนานาชนิดผสมกันหอมฟุ้งอยู่ในร้านเล็กๆ ที่ปรับอากาศเอาไว้เย็นฉ่ำ ทำให้ซึงฮยอนรู้สึกสดชื่น

 

                ...ถึงจะเป็นผู้ชาย แต่เขาก็ชอบของหอมนะ โดยเฉพาะน้ำหอมของสาวๆ น่ะ...

 

                “มีใครอยู่มั้ยครับ จะสั่งดอกไม้หน่อยครับ”

                ซึงฮยอนเอ่ยขึ้น ตาคมมองเข้าไปในตู้ที่คล้ายตู้แช่ มีดอกทิวลิปแดงที่พี่ดองอุคจะสั่งพอดี ทั้งที่ซึงฮยอนรู้สึกว่าเขาเข้ามายืนในร้านได้หลายนาทีแล้วแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าของร้าน ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ร้านที่ตกแต่งไว้อย่างน่ารัก มีของกระจุกกระจิกจำพวกตุ๊กตา ผ้าม่านลูกไม้  และของตกแต่งพวกกรงนกเล็กๆ  ที่วางเข้ามุมอย่างเหมาะเจาะกับบรรดาดอกไม้ในร้าน ก็ชวนให้จิตนาการหน้าเจ้าของร้านนี้เป็นสาวหวานคนหนึ่ง

 

                ...และก็คงจะใช่คนคนนี้ ใช่ไหม...

 

                ‘คนคนนี้’ ของซึงฮยอนที่เพิ่งโผล่มาจากหลังร้านเป็นสาวแว่นหน้าหวาน ผมดำขลับยาวระต้นคอที่ถูกเจ้าตัวรวบเอาไว้เป็นหางม้าข้างหลังอย่างเรียบร้อย แต่ก็มีลูกผมตกลงมาด้านหน้านิดหน่อย ดวงตากลมโตดำขลับเหมือนนิลซ่อนอยู่ใต้กรอบแว่นสีดำที่ทำให้เจ้าตัวเรียบร้อยมากขึ้นไปอีก จมูกโด่ง และริมฝีปากอิ่มยิ่งทำให้คนคนนี้เหมาะกับคำว่าน่ารัก เสื้อเชิ้ตแบบผู้หญิงสีขาวที่พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอกถูกคาดทับด้วยผ้ากันเปื้อนพลาสติกสีฟ้าอ่อน

                คุณเจ้าของร้านดอกไม้ส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้ ยิ้มที่ดูเอียงอาย และทำให้ซึงฮยอนใจกระตุก

 

                “จะรับดอกไม้อะไรดีคะ”

                เสียงหวานๆ ดึงสติของซึงฮยอนกลับมา เขารู้ดีว่าทำไมรอยยิ้มของคุณเจ้าของร้านดอกไม้ถึงได้ดูเอียงอาย เพราะเขาคงทำหน้าอึ้งเกินไป ซึงฮยอนเลยรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

                “เอาดอกทิวลิปแดงซักสองสามดอกก็พอครับ”

                “ทิวลิปแดง เข้าช่อด้วยไหมคะ”

                “อา...” ซึงฮยอนยกมือขึ้นเกาท้ายทอยเบาๆ ตอนนั้นพี่ดองอุคสั่งว่าเอาเป็นช่อใช่มั้ยวะ “เข้าช่อก็ได้ครับ”

                “แล้วอยากได้อะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษไหมคะ พวกริบบิ้น หรืออะไรแบบนั้น”

                “อืม จัดมาธรรมดาๆ ก็ได้ครับ คือที่ออฟฟิศจะสั่งลูกค้าน่ะครับ”

                “งั้นนั่งรอซักครู่นะคะ”

 

                คุณเจ้าของร้านสาวส่งสายตาไปที่เก้าอี้ไม้ตรงเคาน์เตอร์ ซึงฮยอนพยักหน้ารับแล้วนั่งมองร่างบางหยิบทิวลิปสีแดงสดออกมาจากตู้แช่ มือเรียวนั่นจับต้องดอกไม้ได้อย่างเบามือ เพียงไม่นานนักดอกทิวลิปสีแดงของพี่ดองอุคก็ถูกจัดเข้าเป็นช่อ แซมด้วยยิปโซสีขาวเล็กๆ ห่อด้วยกระดาษป่านสีน้ำตาล และผูกโบผ้าสีแดงสดแซมดิ้นทอง สวยถูกใจทั้งคนทำและคนมาซื้อ

 

                “เรียบร้อยค่ะ”

                คุณเจ้าของร้านดอกไม้ยื่นช่อดอกไม้มาให้ตรงหน้า ตอนที่เอื้อมมือไปรับมาซึงฮยอนรู้สึกเหมือนเห็นแก้มเนียนๆ ของหญิงสาวแดงระเรื่อและเมื่อปลายมือบังเอิญสัมผัสกันตอนที่อีกฝ่ายยื่นช่อดอกไม้มาให้ก็เหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลแปลบปลาบไปทั่วร่าง

                “อ่า..เท่าไหร่ครับ  

                “สี่หมื่นแปดพันวอนค่ะ” หญิงสาวเจ้าของร้านตอบแต่เหลือบมองดอกทานตะวันสีเหลืองสด ดอกโตที่วางรวมกันอยู่ในถังแทนที่จะมองหน้าซึงฮยอนตรงๆ

                “โอเคครับ เอ่อ..ขอบิลด้วยครับ จะเอาไปเบิกน่ะครับ” ซึงฮยอนวางธนบัตรใบละห้าหมื่นวอนลงบนเคาน์เตอร์แทนเพราะหญิงสาวเจ้าของร้านไม่ยอมยื่นมืออกมารับ

                “ได้ค่ะ”

                ซึงฮยอนมองดอกทานตะวันสีสดตอนที่เสียงกดเครื่องคิดเงินดังก๊อกแก๊ก แล้วมือเรียวผ่องก็ยื่นเงินทอนพร้อมบิล และดอกกุหลาบตูมสีขาวไร้หนามมาให้ที่ผูกโบสีขาวเส้นบางมาให้ด้วย

                ชายหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถามอย่างแปลกใจ และรู้สึกผิดที่ทำแบบนั้น เพราะรอยยิ้มกระจ่างของเจ้าของร้านดอกไม้คนสวยกลับหม่นลง และเสียงหวานก็พึมพำตอบเบาๆ

                “เงินทอน บิล แล้วก็ดอกไม้ดอกนี้แถมให้ลูกค้าคนแรกของวันค่ะ”

                “อา...ขอบคุณนะครับ”

 

                หญิงสาวเดินนำไปเปิดประตูรอไว้ให้ซึงฮยอนที่เดินถือช่อดอกไม้ตามมาทีหลัง ร่างบางโค้งส่งลูกค้าพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ซึงฮยอนอดเหลือบมองกลับไปในร้านดอกไม้นั่นไม่ได้และก็เห็นว่าคุณเจ้าของร้านยังยืนส่งยิ้มมาให้จากที่เดิม

 

                ...เห็นสาวๆ น่ารักๆ แบบนี้ก็ใจเต้นแรงดี ว่ามั้ย...

 

 

                “ซึงฮยอนน้องรัก แกไปซื้อดอกไม้มาจากร้านไหนเหรอ เข้าช่อมาซะสวยเนี้ยบ คุณอิมชมใหญ่เลย”

                ชเวดองอุคเดินหน้าระรื่นมาหาซึงฮยอนที่โต๊ะ คนถูกถามเหลือบตามองลูกพี่ที่ลั้นลาจนหน้าบานเท่ากระด้ง ก่อนจะก้มลงไปวาด story board ส่งลูกค้าต่ออย่างไม่ใส่ใจ

                “ซึงฮยอน ฉันถาม แกไม่ได้ยินรึไง”

                เสียงหวานๆ ของชเวดองอุคเริ่มจะเขียวแล้ว ปลายปากการาคาแพงด้ามโปรดของดองอุคเคาะอยู่บนโต๊ะเป็นจังหวะ ซึงฮยอนนึกถึงหน้าเจ้าของร้านแล้วถอนใจเบาๆ ก่อนจะตอบปัดๆ

                “ร้านดอกไม้”

 

                โป๊ก!!

 

                “โอ้ย มาเคาะหัวผมทำไมเนี่ยพี่ดองอุค” มือแข็งแรงคลำหัวตัวเองตรงที่โดนชเวดองอุคเอาปากกาเคาะป้อยๆ “เจ็บนะเนี่ย”

                “ก็แกตอบมาได้ว่าร้านดอกไม้” ชเวดองอุคทำปากเชิดๆ “บอกมาซิว่าซื้อจากไหน วันไหนจะได้ไปซื้อ”

                “ก็ร้านตรงหัวมุมทางออกสถานีรถไฟใต้ดินไง” ซึงฮยอนตอบอุบอิบแล้วก็นึกถึงรอยยิ้มหวานๆ ของคุณเจ้าของร้านดอกไม้คนนั้นอยู่

                “ตรงหัวมุมทางออกฝั่งไหน”

                “ประตูสาม”

                “เออ ก็แค่นั้นแหละ”

 

                ชเวดองอุคหมดความสนใจเรื่องร้านดอกไม้ไปโดยปริยายเมื่อเหลือบไปเห็น กุหลาบขาวดอกตูมที่ซึงฮยอนเอาแช่น้ำวางไว้ที่มุมโต๊ะงาน ตาคู่สวยของดองอุคหรี่ลงอย่างคนที่กำลังสงสัย และเพราะถือคติที่ว่าคนไม่รู้ไม่ผิด ชเวดองอุคเลยเอ่ยถามขึ้นมา

                “นี่แกจะซื้อดอกไม่ไปล่อลวงสาวที่ไหนอีกอ่ะ”

                “หือ อะไรเหรอ” ซึงฮยอนถือดินสอค้างไว้ในมือแล้วมองตามสายตาของชเวดองอุคไปก็เจอกุหลาบขาวที่เพิ่งได้เป็นของแถมมาพอดี “อ๋อ ไม่ได้ซื้อ ที่ร้านเค้าแถมมา”

                “อ้าวเหรอ” ดองอุคทำหน้าประหลาด แล้วหัวเราะน้อยๆ “ฉันก็นึกว่าแกจะไปหลอกสาวว่าแกเป็นคนไร้เดียงสาในเรื่องความรักที่ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นซะอีก”

                “เหอะ พูดไร้เพ้อเจอนะพี่เนี่ย” ซึงฮยอนส่ายหน้าใส่ดองอุคอย่างไม่เห็นเป็นเรื่องจริงจัง แต่อีกฝ่ายกลับทำตาโตแล้วรีบพูดปกป้องตัวเอง

                “คนอย่างชเวดองอุคไม่เคยเพ้อเจ้อน่ะเว่ย แกน่ะสิไม่รู้อะไร ก็กุหลาบตูมสีขาวอ่ะ มันแทนความหมายถึงเสน่ห์ที่น่าหลงใหล แล้วก็ความไร้เดียงสาในเรื่องความรัก” ชเวดองอุคหรี่ตาเจ้าเล่ห์ใส่ซึงฮยอนที่กำลังทำหน้าอึ้งๆ “ส่วนกุหลาบที่ไม่มีหนามอ่ะ หมายความว่าคนที่ได้รับช่างมีเสน่ห์น่าหลงใหลทั้งที่เจอกันครั้งแรก”

                “มั่วแล้ว พี่ดองอุค” ซึงฮยอนบอกปัด แต่รีบก้มหน้าก้มตาลงมอง story board ของตัวเอง

                “ไม่เชื่อก็ตามใจ”

 

                ดองอุคสะบัดหน้าเดินกลับเข้าห้องทำงานตัวเองไปเรียบร้อย ซึงฮยอนก็ถอนใจแล้วนั่งจ้องกุหลาบขาวดอกตูมที่ปักแช่ในน้ำบนโต๊ะทำงานอยู่ครู่ใหญ่ และก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเจ้าของร้านคนนั้น ถึงจะมั่นใจว่าตัวเองหล่อเหลาจนสาวๆ ต้องเหลียวมอง แต่คุณเจ้าของร้านบอกว่าให้เป็นของแถมกับลูกค้าคนแรกของวันนี่

 

                ...และที่สำคัญ คุณเจ้าของร้านคงไม่ได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อยอย่างที่พี่ดองอุคว่าหรอกใช่ไหม...

 

                วันนี้ซึงฮยอนนั่งรถไฟใต้ดินมาทำงานตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือเขาเดินขึ้นมาตรงทางออกที่สาม แทนที่จะออกไปทางออกที่หนึ่งเหมือนทุกที ทั้งที่ถ้าไปทางทางออกที่สามเขาต้องเสียเวลาเดินย้อนกลับไปตึกที่ทำงานตัวเองตั้ง 5 นาที

                วันนี้ซึงฮยอนใส่สูทลำลองสีเทา และรองเท้าหนังสีดำเข้าคู่กันดีกับกระเป๋าถือสีเดียวกัน พอโผล่จากสถานีรถไฟใต้ดินขึ้นมา ซึงฮยอนก็เจอร้