[TOPBOM] : The Novel [1/...]

posted on 28 Apr 2013 23:37 by ployniezzz in Writer directory Fiction

 

 

 

 

 

 

 

[Fic] : The Novel [1/...]

Paring : T.O.P - BIGBANG x Park Bom - 2NE1

Genre : AU

A/N : Fiction is fiction.

 

 

 

 

 

 

 

 

                ซึงฮยอนยิ้มอ่อนโยนให้พนักงานที่ยกกาแฟวางให้ที่โต๊ะในร้านกาแฟที่นั่งอยู่ วันนี้เขานัดกับนักเขียนเจ้าของต้นฉบับในมือเอาไว้ตอนบ่ายโมงตรง ร่างสูงชะเง้อมองประตูร้านอย่างกระวนกระวาย เพราะนาฬิกาที่ข้อมือบอกว่าเลยเวลาที่นัดกับเจ้าของนามปากกาที่ชื่อ ปาร์คบม มาเกิน 10 นาทีแล้ว

            เขาไม่เคยเจอนักเขียนท่านนี้มาก่อน แต่กลับได้รับมอบหมายจากพี่ปาร์คฮงจุน บรรณาธิการบริหารของสำนักพิมพ์นาบิที่เขาทำงานอยู่ให้ถือร่างสัญญาขอซื้อลิขสิทธิ์หนังสือมาพบเธอ ซึงฮยอนเปิดอ่านต้นฉบับเรื่อง โมรัน (모란) นวนิยายแนวฆาตกรรมสืบสวนสอบสวนที่เขาอ่านมาแล้วรอบหนึ่งอีกครั้ง เขาไม่แปลกใจนักว่าทำไมพี่ฮงจุนถึงอยากจะได้ลิขสิทธ์นวนิยายเรื่องนี้มาตีพิมพ์ เพราะโครงเรื่องของต้นฉบับในมือชวนให้คนอ่านติดตามจนจบเรื่อง และตอนจบก็หักมุมเสียจนผิดคาด ตอนที่อ่านครั้งแรกซึงฮยอนแทบไม่เชื่อว่าคนเขียนเรื่องแบบนี้จะเป็นผู้หญิงด้วยซ้ำ ตาคมกวาดมองตัวอักษรในย่อหน้าแรกอย่างสงบ

 

               หยดเลือดข้นเหนียวสาดกระเซ็นลงบนกลีบดอกไม้บอบบางที่ถูกปลูกไว้เป็นพุ่มริมกำแพง หญิงสาวที่ถูกคมมีดกดลงตรงไหปลาร้ากัดผ้าดิบสีขาวผืนหน้าไว้แน่นด้วยความเจ็บปวด โลหะเย็นเฉียบแทรกลึกลงในกล้ามเนื้อแต่ดวงตาของผู้ที่มอบความตายให้เธอนั้นกลับนิ่งสนิท รอยยิ้มอ่อนโยนจากมัจจุราชที่ซ่อนตัวในความมืดนั้นกระจ่างชัดในดวงตาของ เธอไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าของรอยยิ้มนั้นจะเป็นคนที่มอบความตายให้ เสียดายนักที่เธอไว้ใจจนพาตัวเองมาถึงลมหายใจสุดท้าย

               มีดคมกริบที่กดลึกลงในร่างถูกดึงออกช้าๆ พร้อมกับเลือดอุ่นๆ ที่ทะลักออกมาที่ปากแผล สติของเธอเลือนรางเจียนจะดับแต่เหมือนโทษทัณฑ์ที่เธอได้รับจะยังไม่สาแก่ใจเพชฌฆาต เพราะคมมีดนั้นจ้วงลึกลงมาที่กลางอกของเธอซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเลือดอุ่นๆ สาดอาบดอกโมรันสีแดงสดที่อยู่ใกล้ๆ จนเปรอะเปื้อน....

 

               “ขอโทษนะคะ”

               เสียงหวานอ่อนโยนเอ่ยทักทำให้ซึงฮยอนต้องละสายตาจากต้นฉบับในมือ หญิงสาวผมยาวสีดำสนิทถึงกลางหลังกำลังยิ้มสดใส ดวงตากลมโตมองมาหาเขา ซึงฮยอนเผลอขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าตัวเองเคยพบผู้หญิงคนนี้ที่ไหน อีกฝ่ายจึงเอ่ยปากถามมาก่อน

               “คุณชเวซึงฮยอนหรือเปล่าคะ ฉันชื่อ ปาร์คโกอึน ตัวแทนของคุณปาร์คบมที่คุณนัดเอาไว้ค่ะ”

               “อา สวัสดีครับ” ซึงฮยอนรีบลุกขึ้นโค้งทักทายคุณโกอึนอย่างนอบน้อมก่อนจะเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาว “เชิญนั่งก่อนนะครับ”

               “ขอบคุณค่ะ”

               ตัวแทนของนักเขียนสาวยิ้มหวานแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่ชายหนุ่มเลื่อนให้ เรียวขาเนียนขาวผ่องที่โผล่พ้นมินิเดรสสีมิดไนท์บลูของเธอรับแสงแดดจนดูเหมือนจะเรืองแสงได้ ซึงฮยอนพยายามระมัดระวังไม่ให้หญิงสาวตรงหน้าเข้าใจผิดว่าเขาจ้องมองเรือนร่างของเธอ

               “ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ให้รอ พอดีฉันไม่ค่อยได้มาแถวชองดัมดงเลยหลงไปอีกซอยหนึ่งน่ะค่ะ”

               “ไม่เป็นไรครับ ผมก็เพิ่งมาถึง คุณโกอึนจะดื่มอะไรหน่อยไหมครับ”

               “ขอชามินท์ร้อนสักถ้วยแล้วกันค่ะ”

               “ครับ”

               ซึงฮยอนเรียกพนักงานมาสั่งเครื่องดื่มให้ปาร์คโกอึน เขารออยู่ครู่หนึ่งจนพนักงานยกชามาเสิร์ฟและปล่อยให้โกอึนจิบชาได้สองสามอึกจึงเริ่มต้นพูดธุระที่เตรียมตัวมา

               “คุณโกอึน ทราบเรื่องจากคุณปาร์คบมแล้วใช่ไหมครับ”

               “ใช่ค่ะ ฉันทราบรายละเอียดคร่าวๆ แล้ว” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มและประคองถ้วยชาไว้ในมือ รอยยิ้มของเธออ่อนโยนจนซึงฮยอนประทับใจ “บม น้องสาวของฉันเล่าให้ฟังแล้วว่าสำนักพิมพ์ของคุณสนใจจะขอซื้อต้นฉบับเรื่อง โมรัน ของบมไปพิมพ์”

               “ครับ”

               ซึงฮยอนพยักหน้าพลางนึกในใจ ถ้าปาร์คโกอึนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาบอกว่านักเขียนที่ชื่อ ปาร์คบม เป็นน้องสาวแล้วนักเขียนคนนั้นจะอายุเท่าไหร่ เพราะเท่าที่ดูแล้วปาร์คโกอึนน่าจะอายุไม่เกิน 29 ปีด้วยซ้ำ

               “ฉันในฐานะที่เป็นคนดูแลประสานงานให้บมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” ปาร์คโกอึนวางถ้วยชาในมือลง เสียงถ้วยเซรามิกกระทบกับจานรองเบาๆ ดวงตากลมโตนั้นยังคงประกายสดใส “ทำไมสำนักพิมพ์ของคุณถึงอยากได้เรื่องนี้ของบมไปพิมพ์ล่ะคะ”

               “อา เรื่องนี้..”

               ซึงฮยอนนึกย้อนถึงเรื่องในห้องประชุมเมื่อสองเดือนก่อน พี่ฮงจุนส่งต้นฉบับนวนิยายของปาร์คบมให้บรรณาธิการที่รับผิดชอบคัดเลือกต้นฉบับหนังสือนวนิยายไปอ่าน และหนึ่งในบรรณาธิการทั้งห้าคนที่รับผิดชอบแผนกนวนิยายนั่นคือเขาเอง หลังจากวันนั้นหนึ่งเดือนเต็มพี่ฮงจุนก็เรียกประชุมบรรณาธิการอีกครั้ง ทุกคนก็ลงความเห็นตรงกันว่า ต้นฉบับเล่มนี้สมควรที่จะได้รับการตีพิมพ์เพราะความน่าสนใจของเนื้อเรื่อง

               “คุณซึงฮยอนคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

               เสียงหวานของโกอึนเอ่ยทักขึ้นอีกครั้งช่วยดึงให้ซึงฮยอนหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง เขาพยายามตั้งสติเพื่อกลับเข้าสู่บทสนทนาอีกครั้ง

               “ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ ถ้าถามเหตุผลที่สำนักพิมพ์ของเราเลือกนวนิยายเรื่องนี้ของคุณปาร์คบมก็เพราะโมรันเป็นนิยายที่คนอ่านน่าจะสนใจ แถมตอนนี้ในตลาดหนังสือไม่ค่อยมีนิยายฆาตกรรมเท่าไหร่”

               “อ๋า...เพราะเรื่องการตลาดสินะคะ”

               คำพูดของปาร์คโกอึนมาพร้อมกับรอยยิ้ม แต่ซึงฮยอนกลับรู้สึกเหมือนตัวเองโดนตบหน้าเสียจนชา ดวงตากลมของเธอจ้องมองมาอย่างสุภาพ แต่ซึงฮยอนเห็นประกายในดวงตาคู่นั้น แววตาที่ดูเหมือนความหงุดหงิด ไม่สบอารมณ์

               “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ”

               ซึงฮยอนพยายามตั้งสติ เพราะถ้าเขาชวดต้นฉบับเล่มนี้ไป หมายความว่าสำนักพิมพ์ของเขาอาจจะพลาดหนังสือที่สามารถทำเงินเข้าสำนักพิมพ์ และความหวังที่จะได้เป็นบรรณาธิการหนังสือเล่มแรกเต็มตัวนั้นก็ดับไปด้วย

               “ผมเป็นหนึ่งใน บก. ที่หลายๆ คนที่ได้อ่านต้นฉบับเรื่อง โมรัน เราเห็นว่าภาษาของคุณปาร์คบมดีอยู่แล้ว อาจจะต้องปรับแก้นิดหน่อยเพื่อความสละสลวย แต่ที่ผมชอบต้นฉบับเรื่องนี้มากก็เพราะว่าตัวละครของคุณปาร์คบมเป็นตัวละครกลม คนอ่านเดาไม่ได้เลยว่าใครคือคนร้ายเพราะทุกคนดูจะมีโอกาสที่จะใช่หรือไม่ใช่ฆาตกรได้มากพอๆ กัน”

               “จริงเหรอคะ” ปาร์คโกอึนถามกลับอย่างสนใจ ใบหน้างดงามนั้นแต้มด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “แล้วความประทับใจอื่นๆ ในเรื่องละคะ”

               “ผมชอบประโยคที่เธอเขียนว่า แม้แต่ดอกไม้ที่ใช้ประดับแจกันของจักรพรรดิก็งอกงามมาจากผืนดินสกปรก คนเราก็เหมือนดอกไม้ต่างมีความหลังที่แปดเปื้อนซุกซ่อนอยู่ใต้ภาพลักษณ์งดงามกันทั้งนั้น”

               ปาร์คโกอึนมีท่าทีประหลาดใจไม่น้อยเลยเมื่อได้ยินเขาพูดประโยคที่อยู่ในต้นฉบับออกมาโดยไม่ตกหล่น ซึงฮยอนมั่นใจว่าไม่มีทางพูดผิดไปแม้แต่คำเดียว เพราะเขาอ่านต้นฉบับเรื่องโมรันทุกวันจนจำได้ขึ้นใจ หญิงสาวตรงหน้าพยักหน้าช้าๆ พลางหรี่ตาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

               “คุณซึงฮยอนทำงานเป็น บก. นานแค่ไหนแล้วคะ”

               “อะไรนะครับ”

               “ขอโทษค่ะที่ถามละลาบละล้วง แต่คุณทำงานนานแค่ไหนแล้วคะ”

               ปาร์คโกอึนก้มศีรษะเป็นเชิงขอโทษ แต่ยืนยันที่จะถามคำถามเดิมซ้ำ ซึงฮยอนนับเวลาที่เรียนจบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันและเอ่ยตอบเบาๆ อย่างไม่มั่นใจ

               “สามปีครับ”

               “เคยเป็น บก. หนังสือเล่มไหนมาก่อนไหมคะ”

               “ยังครับ เคยเป็นแค่ทีม บก. หนังสือแปลของสำนักพิมพ์ แต่ถ้าคุณปาร์คบมตกลงขายเรื่องโมรันให้กับเรา พี่ฮงจุน เอ่อ..บรรณาธิการบริหารของเราน่ะครับ เขาจะให้ผมเป็น บก. หนังสือเล่มนี้”

               “เข้าใจแล้วค่ะ”

               ปาร์คโกอึนพยักหน้าช้าๆ และรินน้ำชาจากกาเติมลงในถ้วย หญิงสาวยกถ้วยชาขึ้นและหลับตาพริ้มเหมือนจะซึมซาบไอหอมเย็นจากชาในถ้วยก่อนจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ นั้นอีกครั้ง ความสงบของหญิงสาวตรงหน้าทำให้ซึงฮยอนรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี เขารู้สึกเหมือนหงายไพ่ในมือให้ปาร์คโกอึนดูจนหมด ถ้าหากผู้ประสานงานของปาร์คบมเลือกขายลิขสิทธิ์ต้นฉบับให้สำนักพิมพ์อื่น เขาจะทำอย่างไรดี

               “คุณซึงฮยอนเคยเห็นดอกโมรันของจริงไหมคะ”

               “อะ..อะไรนะครับ”

               “ฉันถามว่าคุณเคยเห็นดอกโมรันของจริงไหมคะ”

               “ไม่ครับ”

               ซึงฮยอนส่ายหน้าช้าๆ แล้วนึกหงุดหงิดตัวเองในใจ เขาน่าจะลองไปเดินดูสวนพฤกษศาสตร์เพื่อศึกษาเรื่องดอกโมรันเพิ่มบ้าง เพราะนักเขียนมีนิสัยบางอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้ บางทีปาร์คบมอาจจะให้พี่สาวของเธอมาถามความรู้เรื่องดอกโมรันกับเขาเพื่อไปใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะขายต้นฉบับให้ดีหรือไม่ก็ได้

               “ดอกโมรันเป็นชื่อเรียกแบบเกาหลี ชาวจีนเรียกว่า หมู่ตัน และชาวญี่ปุ่นเรียกว่า โบะตัง ชาวจีนใช้ดอกโมรันในงานศิลปะมายาวนานหลายศตวรรษและยกย่องดอกโมรันจากเมืองลั่วหยางว่าเป็นเมืองที่ดอกโมรันงดงามที่สุดในแผ่นดินจีนด้วย”

               ปาร์คโกอึนพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนสม่ำเสมอ ซึงฮยอนรู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าดูผูกพันกับดอกไม้ที่พูดถึง เพราะแววตาของปาร์คโกอึนเปล่งประกายหลงใหล เธอสูดหายใจลึกๆ และกระพริบตาถี่ๆ อีกครั้ง

               “คุณซึงฮยอนเอาเอกสารสัญญามาหรือเปล่าคะ”

               “เอามาครับ”

               ซึงฮยอนส่งเอกสารในซองสีน้ำตาลให้หญิงสาวอย่างงุนงง เพราะปาร์คโกอึนเปลี่ยนเรื่องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตั้งแต่ตอนที่เขาเข้าไปทำงานใหม่ๆ บก. รุ่นพี่ที่ออกไปพบนักเขียนมักจะกลับมาเล่าเรื่องตลกๆ เกี่ยวกับนักเขียนให้ฟังว่า นักเขียนบางคนก็ทำตัวเข้าใจยาก แถมอารมณ์ไม่ค่อยคงที่ แต่เขาไม่นึกว่าพี่สาวนักเขียนจะเป็นแบบนั้นด้วย

               “ฉันจะให้บมลองอ่านสัญญาดู แล้วจะติดต่อกลับไปนะคะ”

               “ครับ” ซึงฮยอนรีบพยักหน้ารับแล้วหยิบนามบัตรตัวเองขึ้นมาส่งให้หญิงสาว “นี่นามบัตรผมครับ ถ้าเกิดในสัญญามีเรื่องไหนที่คุณหรือคุณบมสงสัยก็ติดต่อผมได้ตลอดนะครับ”

               “ขอบคุณค่ะ” ปาร์คโกอึนรับนามบัตรมาใส่กระเป๋า “ฉันขออนุญาตเลี้ยงกาแฟคุณนะคะ”

               ปาร์คโกอึนวางธนบัตรลงบนโต๊ะเพื่อไม่ให้ซึงฮยอนปฏิเสธก่อนจะลุกขึ้นยืนทำให้ซึงฮยอนต้องรีบยืนตามไปด้วย หญิงสาวยิ้มหวานสดใสก่อนจะเอ่ยลา

               “ขอตัวกลับก่อนนะคะ”

               “ครับ เดินทางดีๆ นะครับ”

               “ขอบคุณค่ะ”

               หญิงสาวเดินออกจากร้านไปโดยไม่ลืมหันมาโค้งลาชายหนุ่มที่ยังยืนอยู่ในร้านอีกรอบ มือถือในกระเป๋าถือสั่นเตือนว่ามีสายเข้า เธอยิ้มให้กับหน้าจอเมื่อเห็นว่าชื่อที่ขึ้นอยู่บนจอนั้นเขียนว่า พี่สาว

               “ฮัลโหล พี่ขา” เธอกรอกเสียงหวานลงไปทักทายคนปลายสาย “คิดถึงจังเลยค่ะ”

               “บมจ๋า น้องเจอคนจากที่สำนักพิมพ์เรียบร้อยหรือยังจ๊ะ”

               “เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่น้องแอบเอาชื่อพี่มาใช้นะคะ”

               “อะไรนะ” พี่สาวปลายสายถามเสียงหลง “น้องเอาชื่อพี่ไปใช้ทำอะไร”

               “เดี๋ยวเย็นนี้เจอกันที่บ้าน น้องจะเล่าให้ฟังนะคะ”

               ปาร์คบมคุยอะไรกับพี่สาวอีกสองสามคำก่อนจะบอกลาเพราะกำลังจะเดินลงสถานีรถไฟใต้ดิน เธอหันไปมอง บก. หนุ่มที่เดินออกจากร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม ชเวซึงฮยอนสวมเสื้อโค้ทผ้าวูลสีน้ำตาลตัวยาวและถือต้นฉบับของเธอไว้ในมือ ปาร์คบมยิ้มขำๆ ในใจคิดว่าถ้าเจอกันครั้งหน้า เธอคงต้องซื้อขนมมาไถ่โทษที่แกล้งหลอก บก. รุ่นน้องของพี่ฮงจุนคนนี้เสียหน่อย

 

------------------------

 

            “เป็นไงซึงฮยอน”

            ปาร์คฮงจุนเดินถือถ้วยกาแฟออกมาจากห้องทำงานตอนที่ซึงฮยอนกลับเข้ามาในออฟฟิศพอดี ซึงฮยอนโค้งทักทายแต่ยิ้มแหยๆ อย่างไม่ค่อยมั่นใจ

            “ผมเอาสัญญาให้คุณปาร์คโกอึนแล้วครับพี่”

            “ปาร์คโกอึนเหรอ” ฮงจุนขมวดคิ้วอย่างสงสัย “พี่สาวปาร์คบมน่ะเหรอ”

            “ใช่ครับ”

            “แปลกดี”

            ฮงจุนตอบกลับอย่างสงสัยเพราะปกติแล้วปาร์คโกอึนไม่เข้ามายุ่งเรื่องงานของบมอยู่แล้ว แต่เพราะซึงฮยอนบอกแบบนั้นเขาถึงไม่ได้ถามอะไรต่อนอกจากปล่อยให้รุ่นน้องขอตัวกลับไปที่โต๊ะ

               เขารู้ดีว่าซึงฮยอนคาดหวังกับงานนี้มาก เพราะถ้าบมตกลงหนังสือเล่มนี้จะเป็นหนังสือเล่มแรกที่ซึงฮยอนจะได้เป็น บก. เต็มตัว ส่วนเขาเองก็อยากจะได้นวนิยายเรื่องนี้ของบมมาตีพิมพ์ด้วยเหตุผลเดียวที่ว่าต้นฉบับบางเรื่องก็น่าสนใจเกินกว่าจะปล่อยให้เป็นแค่กระดาษต้นฉบับไร้ค่าในตะกร้าขยะของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น บก. ในตลาดหนังสือตอนนี้มีหนังสือที่ควรจะเป็นแค่เศษกระดาษหลายเล่มที่ได้รับการคัดเลือกให้มาตีพิมพ์ เขาไม่อยากให้วงการหนังสือที่เขารักเต็มไปด้วยของแบบนั้น

               และที่สำคัญเขาเชื่อมั่นในประสบการณ์กับสัญชาติญาณของตัวเองว่า โมรัน ของปาร์คบมจะต้องได้รับความนิยม

               ฮงจุนมองซึงฮยอนที่เริ่มเปิดคอมพิวเตอร์และรื้อหาเอกสารบนโต๊ะทำงานอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องทำงานของตัวเอง เขากังวลอยู่ลึกๆ เมื่ออีกฝ่ายไม่รับสาย เพราะกลัวว่าสำนักพิมพ์อีกแห่งที่ยื่นข้อเสนอให้ปาร์คบมเหมือนกันจะคว้าต้นฉบับที่เขาต้องการไป     

               มือแข็งแรงกดโทรศัพท์ออกไปหานักเขียนสาวที่รู้จักกันมาตั้งแต่เขายังเป็นแค่บรรณาธิการเล็กๆ เสียงสัญญาณรอสายจากหมายเลขของปาร์คบมเหมือนจะยาวนานกว่าปกติ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- TBC -

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk .... สวัสดีค่ะ ^^ ไม่ได้เขียนคู่นี้นานมากๆ พอกลับมาแล้วก็จะเขียนเรื่องยาว?

หรืออาจจะไม่ยาว ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ แต่จะพยายามเข็นตอนต่อไปออกมาเร็วๆ นะคะ ^^

ขอบคุณมากค่ะ (^/|\^)

Comment

Comment:

Tweet

ดีมจมากต่ะที่ไรท์เตอร์กลับมาเขียนต่อ เพราะได้อ่านเรื่องนึงไป แล้วถูกใจมากต่ะ จนต้องเปิดย้อนอ่านตั้งแต่เรื่องแรก พอไร์เตอร์หายไปพักนึงเริ่มใจไม่ดีแล้วค่ะ เพราะเสียดายฝีมือ และก้ออยากจะอ่านฝีมือดีๆอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ขอบคุนที่กลับมาอัพต่อนะจ่ะ รีดเดอร์คนนี้รออ่านทุกตอนเลยจ้าาา

#3 By Aliener (103.7.57.18|171.100.128.65) on 2013-05-02 03:35

งุ้งงิ้งงง ตามมาแร้นน
คริก ..
ตามไปทุกที ไม่ว่าจะเขียนคู่ไหน
ฮ่าๆๆ
แอบงงตัวเองเหมือนกัน อ่านๆไปคาดหวังว่าเมื่อไหร่จียงจะโพล่มา
ไอ้บ่าาา มาผิดงาน 555555555 ขำ
แต่ก็ชอบค่ะ ชอบซึงฮยอนนี่ ~~~
เป็นผู้ชายที่น่ารัก .. เหมือนเด็กน้อยคนนึง
ดูตั้งใจ จริงใจ มีความหวัง ละก็ มีไฟ
ส่วนบมมี่ก็น่ารักค่ะ 
ส่วนตัวชอบมาดนักเขียนของตัวละครอยู่แล้ว
มันทำให้รุ้สึกว่ามีความลุ่มลึก ซับซ้อน (แต่ไม่ค่อยเข้าใจ 5555)
ดูเป็นคนที่รักในงานของตัวเองมากเลยนะคะ
ชอบมากๆเลยค่ะ มันดูมีคุณค่ามากๆ
ถึงขั้นเอาชื่อพีสาวมาอ้างเลย น่ารัก ~
อิอิ #เมาแร้น
ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะะะะ
จุ้บจุ้บบบบdouble wink

#2 By MONOAMINE on 2013-04-29 22:45

พลอยซึ... /พันหน้าแข้ง

แรงสะกิดเล็กๆ ของเค้าทำให้ท็อปบอมเจริญงอกงามขนาดนี้ เค้าจะสะกิดบ่อยๆ... #ผิด ตอนแรกเค้านึกว่ามันจะเป็นตอนสั้นๆ แต่ที่ไหนได้... ฮือออออออออ ขอบอกว่าเปิดมาหัวเรื่องบอกมีมากกว่า 1 ตอนก็กรี๊ดแล้ว xD แล้ว... แล้ว... 2 ย่อหน้าแรกเค้าคิดว่ามันจะหวานๆ ไง... แล้ว... ย่อหน้า 3 เนี่ย... ทำเอาตาค้าง เคลิ้มไปเลยทีเดียว =///////////= พาลให้หัวใจลอยไปดาวเสาร์เลยทีเดียว...

สาวน้อยปาร์คบอมเหมือนจะแอบวางแผนอะไรไว้เลย แค่เจอกันครั้งแรกก็มีแผนซะแล้ว แล้วชเวก็ดูใสซื่ออ่ะ จะโดนเล่นอะไรบ้างมั้ยคะเนี่ยยยย
และทำให้พาลสงสัยด้วยว่าเอ๊ะ มันจะหวานหรือมันจะโหด 555 /โอเคทั้งสองอย่าง โหดก็ได้หวานก็ดี xD โหดก็ชอบ #เอ๊ะ

สุดท้ายนี้ขอย่อตัวงามๆ โปรยดอกไม้ให้พลอยที่ตามใจเค้า จนได้เรื่องนี้ออกมา อิอิ
ป.ล. เราเห็นการแอบแซะวงการหนังสือ 555