[TOPBOM] : The Novel [2/...]

posted on 29 Apr 2013 17:26 by ployniezzz in Writer directory Fiction

 

 

[Fic] : The Novel [2 /...]

Paring : T.O.P - BIGBANG x Park Bom - 2NE1

Genre : AU

A/N : Fiction is fiction.

 

 

 

 

 

            บมไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเริ่มหลงใหลดอกไม้กลิ่นหอมหวานอย่างโมรันตั้งแต่ตอนไหน ความหลงใหลนี้อาจจะเริ่มเมื่อสมัยที่ยังเป็นนักเรียนมัธปลายอยู่ เธอใช้วันหยุดฤดูร้อนไปเดินเล่นแถวๆ ประตูฝั่งตะวันออกของพระราชวังคยองบกและเดินทะลุอออกสู่หมู่บ้านบุกชอน ย่านหมู่บ้านเก่าสมัยที่ราชวงศ์โชซอนที่ตอนนี้กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ระหว่างทางที่เดินเล่นและถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลินเธอก็บังเอิญเดินสวนกับหญิงชราผมขาวทั้งศีรษะสวมชุดฮันบกผ้าไหมอย่างดีหอบดอกโมรันไว้เต็มอ้อมแขน

            คุณยายท่านนั้นทำให้เด็กสาวมัธยมปลายอย่างเธอหยุดนิ่งและทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นภาพช้า บมยังจำได้ว่าคุณยายสวมเสื้อนอกที่เรียกว่าชอกอรีสีเงินยวงกับกระโปรงหรือชีมาสีน้ำเงินเข้ม ปิ่นเงินที่ปักอยู่กับมวยผมสีขาวนั้นล้อแสงแดดวาววับ เมื่อสบตากันท่านก็คลี่ยิ้มให้เธอ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าท่านเอ็นดูเธอหรือดูเป็นรอยอ่อนโยนของหญิงชรา ปาร์คบมรู้สึกเหมือนรอยยิ้มนั้นลึกลับราวกับรอยยิ้มของภาพวาดโมนาลิซ่า สายลมฤดูร้อนพัดกลิ่นดอกโมรันหลากสีในอ้อมแขนของคุณยายส่งกลิ่นอบอวลไปทั่ว กว่าเธอจะรู้ตัวอีกทีคุณยายก็เดินหายลับไปตรงหัวมุมถนนแล้ว

            นับตั้งแต่วันนั้นบมก็คิดมาตลอดว่าจะต้องเขียนอะไรสักอย่างเกี่ยวกับดอกไม้ชนิดนี้ ความคิดนั้นค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างทีละเล็กทีน้อย จากวันที่เธอเรียนมัธยมปลายจนกระทั่งอายุ 29 ในปีนี้ เธอเปลี่ยนภาพความทรงจำของการพบคุณยายถือดอกโมรันให้กลายเป็นตัวหนังสือบนหน้ากระดาษหนานับร้อยๆ หน้า

            การหลงใหลการอ่านและการเขียนจนเกิดแรงบันดาลใจให้เรียบเรียงตัวหนังสือนั้นอาจไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร แต่การลงมือเขียนอะไรสักอย่างให้เป็นรูปเป็นร่างต่างหากที่ยาก บมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นนักเขียนที่เก่งกว่าใคร หรือไม่เคยยกยองานของตัวเองให้สูงเด่น เพราะเธอรู้ดีว่านับตั้งแต่เธอลงมือแปรภาพในจินตนาการให้เป็นตัวอักษร ความสำเร็จในการครองใจผู้อ่านถือเป็นกำไรชีวิต แต่ผลตอบแทนที่สำคัญคือการที่เธอให้เกียรติต่อตัวหนังสือที่บรรจงร้อยเรียงมันขึ้นมา

            โมรัน เป็นนิยายเรื่องแรกที่เธอลงมือเขียน แต่กลับเขียนเสร็จสมบูรณ์หลังจากที่เธอเริ่มต้นอาชีพนักเขียนเต็มตัวมาแล้วถึง 8 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาบมเขียนหนังสือทุกเล่มก่อนหน้านั้นด้วยจุดประสงค์ว่าจะขาย แต่สำหรับเรื่อง โมรัน เธอเขียนเพื่อตอบสนองความประทับใจในวัยเด็ก และที่สำคัญกว่านั้นคือกว่าที่เธอจะเขียนเรื่องโมรันออกมา เธอได้ออกเดินทางไปถึงเมืองลั่วหยางที่ประเทศจีนทั้งที่ทักษะภาษาจีนของเธอติดลบเพียงเพื่อชมดอกโมรันบานสะพรั่งในสวนหวางเฉิง กงหยวน (Wang Sheng Gongyuan) เพราะเหตุผลนี้บมจึงรู้สึกหวงแหนต้นฉบับนิยายเรื่องนี้มากเป็นพิเศษจนเคยคิดไว้ว่าอาจจะสั่งพิมพ์เป็นหนังสือนอกระบบขายเฉพาะในบอร์ดที่มีคนอ่านนิยายของเธอผ่านทางอินเตอร์เน็ต

            การขายหนังสือแบบนั้นอาจจะได้กำไรน้อยกว่าหรือแทบไม่ได้เลย แต่เธอสามารถขายหนังสือให้กับคนอ่านที่รักเรื่องนี้จริงๆ ไม่ใช่แค่ซื้อหนังสือไปเพราะแรงโปรโมทของสำนักพิมพ์

            ที่จริงเธอค่อนข้างไว้ใจปาร์คฮงจุนเพราะรู้จักกันมานานและเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ฮงจุนอาจจะเลือกต้นฉบับของเธอเพียงเพราะเห็นว่าในขายได้ ถ้าหากว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ เธอจะทำอะไรได้นอกจากเสียใจด้วยความรู้สึกที่ว่าหนทางชีวิตของนักเขียนอาชีพคือการเอาสิ่งตัวเองรักมาตีราคาเป็นตัวเงิน

            ความจริงบมไม่ได้อยากขายต้นฉบับเรื่องโมรันให้ใครเลยแม้แต่คนเดียว

 

---------------------------

 

            “พี่ชเวซึงฮยอน”

            เสียงเรียกไม่เบานักของหนุ่มรุ่นน้องที่ออฟฟิศทำให้ซึงฮยอนละสายตาจากเว็บไซด์เรื่องดอกโมรัน ควอนจียงยิ้มแป้นถือแก้วกาแฟจากร้านสตาร์บัคที่น่าจะซื้อมาจากใต้ถุนตึกติดมือมาด้วย หนุ่มรุ่นน้องหย่อนถุงกระดาษบรรจุมัฟฟินชอคโกแลตอุ่นๆ ลงบนโต๊ะเขาก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเองที่โต๊ะข้างๆ กัน

            “ซื้อมาฝากฮะ”

            “ขอบใจ”

            ซึงฮยอนพยักหน้าก่อนจะแกะมัฟฟินอุ่นๆ นั่นออกมาชิม รสหวานติดขมนิดๆ ของขนมอวลอยู่ในปาก ถ้าได้กาแฟหรือชาอุ่นๆ สักแก้วคงจะดี

            “เป็นไงพี่ เรื่องที่ติดต่อขอต้นฉบับคุณปาร์คบมไปถึงไหนแล้ว”

            “ยังเงียบอยู่เลย”

            รุ่นพี่อย่างซึงฮยอนถอนใจเบาๆ แต่ควอนจียงกลับทำตาโตเหมือนตกใจไม่น้อยแล้วเอนตัวมากระซิบถามเพื่อไม่ให้รบกวนพี่เบคคยอง บก. อาวุโสที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามนั่งขมวดคิ้วใส่ต้นฉบับดอนกิโฆเต้ที่สำนักพิมพ์เพิ่งจะประมูลได้รับอนุญาตสิทธิ์ตีพิมพ์มา

            “นี่มันเดือนหนึ่งแล้วนะพี่ เขายังเงียบอยู่เลยเหรอ”

            “อือ” ซึงฮยอนพยักหน้ารับอย่างเนือยๆ “วันก่อนโทรเข้ามือถือคุณปาร์คบม เธอก็ไม่ได้รับเอง คุณปาร์คโกอึนพี่สาวเธอรับ บอกว่าคุณบมยังตัดสินใจอยู่ แต่ยืนยันว่ายังไม่ได้ให้อนุญาตสิทธิ์ตีพิมพ์กับใคร”

            “แปลกนะ ปกติคุณบมเขาไว้ใจพี่ฮงจุนจะตาย”

            “เหรอ”

            ซึงฮยอนเลิกคิ้วอย่างสงสัย จียงเลยพยักหน้าและเลื่อนเก้าอี้ไปใกล้หนุ่มรุ่นพี่ที่ถือมัฟฟินค้างเอาไว้ในมืออีกหน่อย ท่าทางกระซิบกระซาบของจียงยิ่งทำให้ซึงฮยอนสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

            “พี่ฮเยซอนที่อยู่แผนกบัญชีบอกว่าพี่ฮงจุนเคยเป็นแฟนกับคุณปาร์คบมตั้งแต่เธอยังเรียนมหาวิทยาลัยแล้วเอาต้นฉบับมาเสนอที่บริษัท โอ้ย!”

            จียงร้องเสียงหลงตอนที่ก้อนกระดาษที่ถูกขยำลึกลับลอยหวือมาโดนหน้าผากไม่เบานัก ซองเบคคยองค้ำแผ่นกั้นโตะทำงานแล้วชีหน้าหนุ่ม บก. รุ่นน้องทั้งสองคนอย่างเอาเรื่อง

            “ไอ้จียง แกไปฟังนิยายอะไรจากพวกสาวๆ มาวะ ฮงจุนเนี่ยนะเป็นแฟนกับบม เดี๋ยวเมียมันก็ได้มาแหกอกหัวหน้าแกถึงออฟฟิศหรอก บมเนี่ยเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของฮงจุน พอสาวๆ ที่นี่เห็นฮงจุนมันโอ๋บมเข้าหน่อยก็เอาไปลือกันมั่วซั่ว”

            เบคคยองทำเสียงจิ๊กจั๊กใส่จียงที่หน้าเหลือสองนิ้วแล้วหันมามองหน้าซึงฮยอนที่อยู่ในสภาพซีดพอๆ กัน ใครๆ ก็รู้กันทั้งออฟฟิศว่า บก. หนุ่มตัวเล็กคนนี้ใจไม่เล็กตามความสูง เพราะเบคคยองลุยแหลกมาหมดแล้วทั้งนักเขียนที่ได้ชื่อว่าเรื่องมากจนถึงโรงพิมพ์ที่ทำเพลทต้นฉบับก่อนส่งพิมพ์หนังสือผิด

            “ส่วนแกไอ้ซึงฮยอน แกไม่ต้องห่วงหรอก เรื่องต้นฉบับยังไงบมก็ต้องขายให้เราแน่ๆ แค่ตอนนี้เขาอาจจะตัดสินใจอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นแกสองคนแยกย้ายกันทำงานทำการได้แล้วมั้ง จียง ต้นฉบับชู้รักเลดี้แชตเตอร์เลย์ที่แกดูอยู่ตรวจเสร็จหรือยังจะได้ส่งปรู๊ฟต่อ”

            “เกือบเสร็จแล้วพี่ เหลือบทสุดท้ายบทเดียวแล้ว”

            “งั้นก็ทำต่อสิ”

            “ฮะๆ ทำแล้วฮะ”

            จียงหน้ามุ่ยแล้วรื้อกองต้นฉบับที่กองอยู่บนโต๊ะทำงานออกมานั่งเปิดอ่านต่อ ส่วนเบคคยองก็กลับไปสนใจตามเดิม ซึงฮยอนถอนหายใจเบาๆ เมื่อเห็นจียงนั่งตรวจต้นฉบับในมือ แม้หนังสือที่จียงทำอยู่ตอนนี้จะเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ซ้ำ หรือ Reprinted ขั้นตอนเกี่ยวกับเนื้อหาก็จะเป็นแค่ตรวจความเรียบร้อยถูกต้องของข้อมูล อาจจะมีการค้นคว้าข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมเล็กน้อย ส่วนงานโดยทั่วไปจะเป็นเรื่องของการทำปกและรูปเล่มซึ่งครั้งนี้จียงได้รับการอนุมัติให้เลือกแบบปกใหม่

            งานของจียงอาจจะไม่ใช่หนังสือใหม่แต่อย่างน้อยจียงก็ยังได้ทำหนังสือที่เป็นของตัวเอง ส่วนเขาแม้จะได้ทำหนังสือใหม่มาแล้วสี่เล่ม แต่ก็อยู่ในฐานะลูกมือพี่ฮงจุนเท่านั้น แถมดูเหมือนคุณปาร์คบมเจ้าของต้นฉบับหนังสือเรื่องนั้นจะหวงต้นฉบับเหลือเกิน

            เขาก็แค่อยากจะทำให้โมรันเป็นรูปเล่มสำเร็จเท่านั้นเอง

 

------------------------

 

            บมขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของชเวซึงฮยอนที่เธอบันทึกไว้ เช้าวันนี้บมอารมณ์ไม่ดีเลยจริงๆ ที่จริงบมสังเกตว่าตัวเองมักจะอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อย่างนี้บ่อยๆ ปาร์คโกอึนพี่สาวของเธอเคยเอ่ยแซวว่าเป็นโรคศิลปินขึ้นสมอง

            เธอรู้สึกว่ายังไม่มีอารมณ์จะพูดสายกับใครจึงปล่อยให้โทรศัพท์สั่นเตือนอยู่อย่างนั้นจนสายตัดไปเองและคอยดูว่าซึงฮยอนจะโทรกลับเข้ามาในอีกกี่นาที เธอเดินไปชงกาแฟ ปิ้งขนมปัง และทาแยมส้มลงบนขนมปังอุ่นๆ อย่างใจเย็น จนเข็มยาวของนาฬิกาบนผนังเดินไปข้างหน้า 20 ครั้งแล้ว แต่ซึงฮยอนก็ไม่ได้โทรกลับมา

            มีมารยาทดี อย่างน้อยก็ไม่ได้โทรกลับมาจิกจนเธอรำคาญ

            นักเขียนสาวจัดการมื้อเช้าไปพลางละเลียดหนังสือเรื่องแม่ ของแมกซิม เกอร์กี้ไปด้วย กว่าเธอจะรู้ตัวอีกทีกาแฟกับขนมปังก็หมดไปนานแล้วและหนังสือที่อ่านอยู่ก็ผ่านไปหลายร้อยหน้า บมหยิบที่คั่นหนังสือมาเสียบไว้ที่หน้าที่อ่านค้างแล้ววางหนังสือทิ้งไว้ที่เคาน์เตอร์

            เธอเปิดคอมพิวเตอร์ ตอบอีเมลล์นักอ่านที่เขียนเมลล์มาหา ให้อาหารปลาทองเก้าตัวที่เลี้ยงไว้ในตู้และหยิบแคสตัสต้นเล็กไปวางรับแดดที่ระเบียง พอหันไปมองนาฬิกาบมถึงได้เห็นว่าเครื่องบอกเวลาที่ผนังบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงครึ่ง

            พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่จัดการข้าวเสร็จตอนเวลาประมาณนี้ คงจะไม่ผิดถ้าเธอกดโทรศัพท์ออกไปหาคนที่ไม่ได้รับสายเมื่อเช้า เสียงสัญญาณบอกว่ากำลังรอสายดังอยู่เป็นจังหวะยาวอยู่สองครั้ง เธอตั้งใจว่าถ้าสัญญาณครั้งที่สามดังแล้วอีกฝ่ายไม่รับก็จะกดตัดสาย พอเสียงสัญญาณครั้งที่สามจบมือเรียวก็ตั้งท่าจะแตะหน้าจอเพื่อวางสายถ้าไม่ติดว่าเห็นหน้าจอเปลี่ยนเป็นขึ้นเวลาการใช้สายขึ้นมา

            “สวัสดีครับคุณปาร์คบม”

            เสียงทุ้มของอีกฝ่ายทำให้บมต้องเงียบ จู่ๆ เธอก็นึกถึงแววตาไม่มั่นใจของ บก. หนุ่มรุ่นน้องเธอที่พบกันในวันนั้น ชเวซึงฮยอนคนนั้นดูเขินอายและใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล

            “คุณปาร์คบม ได้ยินผมไหมครับ”

            “ค่ะ” เสียงหวานๆ ตอบกลับปลายสาย “คุณโทรมาหาฉันเมื่อเช้า มีธุระอะไรเหรอคะ”

            “อ่ะ คือผมจะรบกวนถามเรื่องสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ตีพิมพ์น่ะครับ คุณบมได้อ่านแล้วหรือยังครับ”

            “อ่านแล้วค่ะ”

            ปาร์คบมถอนใจอย่างหงุดหงิดเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงสัญญานั่น เธอตัดสินใจส่งต้นฉบับเรื่องโมรันไปสำนักพิมพ์นาบิกับสำนักพิมพ์แทซังของท่านประธานลีเพราะว่าปาร์คซานดารา เพื่อนสนิทและลูกพี่ลูกน้องห่างๆ มาขอยืมเงินไปปลดหนี้ร้านเสื้อผ้าที่โดนหุ้นส่วนโกงเงินไป บมให้ซานดารายืมเงินเก็บทั้งก้อนไปแล้วถึงต้องตัดสินใจจะส่งหนังสือไปตีพิมพ์เพื่อหาเงินมาสำรองเป็นค่าใช้จ่ายเอาไว้ก่อน

            “แล้วสัญญาโอเคไหมครับ ต้องการแก้ไขตรงไหนหรือเปล่า”

            “โดยรวมๆ แล้วโอเคค่ะ แต่ฉันยังต้องการเวลาตัดสินใจอีกหน่อย”

            “อย่างนั้นเหรอครับ”

            “ค่ะ”

            บมเงียบและอีกฝ่ายก็เงียบตาม ความอึดอัดแผ่ซ่านผ่านสัญญาณโทรศัพท์แม้ว่าคู่สนทนาจะไม่เห็นหน้ากันและกัน สุดท้ายชเวซึงฮยอนก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลงก่อน

            “ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณบมยังอยากตัดสินใจอีกหน่อย ทางสำนักพิมพ์ก็ยังรอได้”

            “งั้นเหรอคะ”

            “ครับ แต่ถ้าตัดสินใจได้เมื่อไหร่ ช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ”

            “ค่ะ ถ้าอย่างนั้นแค่นี้นะคะ”

            “ครับ”

            บอมกดตัดสายทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ถ้าจะพูดให้ถูกเธอกดปิดมือถือ ถอดสายโทรศัพท์บ้านและปิดผ้าม่านหน้าต่างทุกบาน นักเขียนสาวนั่งลงกับพื้นกลางห้องด้วยความหงุดหงิด เธออยากช่วยซานดาราแต่ก็ไม่อยากขายต้นฉบับเรื่องโมรันให้ใคร หนทางเดียวที่คนทำอาชีพนักเขียนอย่างเธอจะหาเงินได้คือขายต้นฉบับให้สำนักพิมพ์ แต่ปัญหาอยู่ที่เธอไม่มีต้นฉบับเรื่องอื่นที่มั่นใจว่าจะทำเงินได้อย่างโมรันในมือเลยสักเรื่องเดียว

            “โอ้ย!”

            มือเรียวสวยขยี้ผมตัวเองอย่างขัดใจจนเส้นผมสีดำยาวถึงกลางหลังนั้นยุ่งเหยิง แต่ความขุ่นเคืองในใจของบมยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลง หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ แล้วพึมพำอย่างคนที่หาทางออกไม่ได้

            “ทำยังไงดีนะ ทำยังไงดี”

 

-------------------------

 

            ซึงฮยอนนั่งอ่านต้นฉบับเรื่องโมรันในมือไปเรื่อยๆ ระหว่างที่กำลังนั่งรอนักเขียนสาวจอมเอาแต่ใจอย่างปาร์คบม เธอโทรนัดเขาเมื่อวานตอนเกือบเลิกงานว่าขอให้ออกมาพบกันเพราะอยากจะคุยเรื่องต้นฉบับ ซึงฮยอนเลยรีบตกลงและเข้าไปแจ้งให้พี่ฮงจุนทราบเรื่อง หัวหน้าของเขากำชับว่าคราวนี้ควรให้ปาร์คบมเซ็นสัญญาให้ได้ เพราะว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่ยื่นสัญญาไปเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบสองเดือนเต็ม

            เขาไม่ได้บอกให้เจ้าของต้นฉบับอย่างปาร์คบมหรือหัวหน้าอย่างพี่ฮงจุนให้ทราบว่าเขาแอบลองแก้ไขเนื้อหาบางตอนในเรื่องนิดหน่อย และแอบร่างภาพปกหนังสือเอาไว้เล่นๆ แล้วด้วย ถ้าทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยซึงฮยอนจะเอาไอเดียไปบอกฝ่ายศิลปกรรมให้ทำแบบปกออกมาเพื่อจะได้เอาไปเสนอพี่ฮงจุนและคุณนักเขียน

            ซึงฮยอนยอมรับความจริงในข้อที่ว่าเขาชักจะหงุดหงิดคุณปาร์คบมขึ้นมานิดๆ เพราะอีกฝ่ายปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ยอมติดต่อมาว่าตกลงแล้วจะให้ตีพิมพ์หรือไม่ แต่เขาก็ได้แต่คอยเพราะไม่กล้าไปเร่งรัดนักเขียนมากนัก ตาคมกวาดมองตัวหนังสือในบทที่อยู่กลางๆ เล่มเพื่อฆ่าเวลา

 

            “บ้านตรงกูลจางปลูกโมรันไว้รอบบ้านแล้ว ทำไมยังต้องปลูกในเรือนกระจกอีกล่ะครับ”

             จองอาเหลือบมองอิมฮยองจง นายตำรวจหนุ่มที่เข้ามาเยี่ยมเยียนเธอถึงเรือนกระจก หรือถ้าพูดให้ถูกเขาคงเข้ามาหาหลักฐานเพื่อสืบเรื่องการฆาตกรรมคุณนายยองเอ อนุภรรยาของคุณพ่อของเธอ เนื่องจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพรอบบ้านไม่พบคนภายนอกเข้ามา คนในบ้านตระกูลจางทุกคนกลายเป็นผู้ต้องสงสัยไปแล้วโดยปริยาย

            “คุณแม่ของฉันชอบดอกโมรันค่ะ”

            หญิงสาวตอบเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากกิ่งดอกไม้ที่จับอยู่ คมกรรไกรตัดกิ่งดื่มก้านดอกไม้ทีละน้อยก่อนจะตัดก้านดอกนั้นให้ขาดสะบัดออกจากลำต้น

            “แล้วคืนนั้นที่คุณยองเอเสียชีวิต คุณจองอาอ่านหนังสือเรื่องอะไรอยู่ครับ”

            “เอ๋..” ลูกสาวคนเดียวของท่านนายพลจางเงยหน้าขึ้นมองนายตำรวจหนุ่มอย่างสงสัย “อะไรนะคะ”

            “ก็คุณบอกว่าตอนที่เกิดเหตุ คุณนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนอน ไม่ใช่เหรอครับ”

            คำถามที่เหมือนจะเป็นการสอบสวนกลายๆ นั้นทำให้จองอารู้สึกหงุดหงิด เธอเชิดหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัวขณะที่เอ่ยตอบนายตำรวจหนุ่มที่มองเธอไม่วางตา

            “ฉันนั่งอ่านหนังสือเรื่อง ราโชมอน ของริวโนสุเกะ อาคุตะกะวะ แล้วเรื่องสุดท้ายที่ฉันอ่านในคืนนั้นคือเรื่อง Hell Screen หรือว่าฉากนรก อ่านจบฉันก็ปิดไฟเข้านอนและหลับฝันดีเลยล่ะค่ะ ถ้าเกิดคุณไม่มีธุระอะไรแล้ว ฉันขออนุญาตไม่ไปส่งที่หน้าประตูนะคะ”

            จางจองอาหันหลังให้นายตำรวจหนุ่มและเริ่มลงมือตัดดอกโมรันที่บานเต็มที่อีกครั้ง กรรไกรตัดกิ่งของเธอคมกริบตัดเพียงครั้งเดียวก้านดอกก็ขาดสะบั้น ดอกโมรันสีแดงสดเหมือนเลือดของคุณนายยองเอที่กระเซ็นติดกำแพงหลังบ้าน หญิงสาวส่ายหัวไล่ภาพอันสยดสยองนั้นออกไปจากความทรงจำ และลงมือตัดดอกโมรันต่อโดยไม่หันไปมองแม้ได้ยินเสียงฝีเท้าของนายตำรวจจหนุ่มคนนั้นค่อยๆ จางไป

            “คนแบบคุณนายยองเอ ควรจะตายไปตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ”

            น้ำเสียงของจองอาแผ่วกว่าเสียงสปริงลวดที่กรรไกรตัดกิ่ง ดอกโมรันหอมหวานสีห้าดอกถูกวางลงในตะกร้าอย่างทะนุถนอมต่างจากแววตาของคุณหนูตระกูลจางเมื่อพูดถึงแม่เลี้ยงที่เพิ่งลาโลกไปโดยสิ้นเชิง

 

            “เป็นไงคะ สนุกไหม”

            เสียงหวานของหญิงสาวทำให้ซึงฮยอนหลุดจากฉากในนวนิยายที่อ่านอยู่ เขารีบลุกขึ้นโค้งทักทายพี่สาวของนักเขียนที่โทรนัดเขาให้มารอ ซึงฮยอนแอบมองไปด้านหลังเผื่อว่าจะเห็นนักเขียนสาวเจ้าของผลงานมาด้วยกัน

            “สวัสดีครับคุณโกอึน มาคนเดียวเหรอครับ”

            “สวัสดีค่ะ วันนี้บมไม่ได้มาค่ะ เขาให้ฉันมาแทน”

            “อย่างนั้นเหรอครับ” ซึงฮยอนพยักหน้ารับ “ถ้างั้นเชิญคุณโกอึนนั่งก่อนครับ”

            “ขอบคุณค่ะ”

            “ดื่มอะไรไหมครับ”

            “ไม่ดีกว่าค่ะ”

            ปาร์คบมส่ายหน้าเบาๆ ตอนแรกเธอตั้งใจจะบอกความจริงกับซึงฮยอนไปว่าเธอไม่ใช่ปาร์คโกอึน แต่พอเห็นหน้าซื่อๆ ของอีกฝ่ายบมก็เริ่มจะทำตัวไม่ถูก สุดท้ายเธอเลยต้องปล่อยให้ซึงฮยอนเข้าใจไปตามนั้น

            “คุณโกอึนจะไม่ดื่มอะไรหน่อยเหรอครับ” ซึงฮยอนเอ่ยถามอย่างห่วงใย เพราะวันนี้พี่สาวคนสวยของนักเขียนในเงามืดคนนั้นดูซีดเซียวเหมือนอดนอน “หน้าตาคุณดูไม่ค่อยสดชื่นเลย”

            “ฉันยุ่งๆ น่ะค่ะ” บมบอกปัดเพื่อปิดบังความจริงว่าเธอนอนไม่หลับเลยตลอดคืน “วันนี้บมให้ฉันเอาเอกสารมาให้คุณค่ะ”

            “เอกสารเหรอครับ”

            ดวงตาคมของซึงฮยอนมีประกายของความประหลาดใจ เพราะเห็นว่าเอกสารที่ปาร์คโกอึนว่าเป็นซองใส่สัญญาที่เขาให้เธอไป หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนจะยื่นซองเอกสารมาให้ ซึงฮยอนค่อยๆ เปิดซองน้ำตาลออกดูและกวาดสายตาลงไปที่บรรทัดสุดท้ายในเอกสาร

            ตราชื่อของปาร์คบมประทับด้วยหมึกสีแดงอยู่ที่ท้ายเอกสาร สีแดงของหมึกเหมือนจะลอยเด่นอยู่เหนือตัวอักษรอื่นๆ ซึงฮยอนรู้สึกเหมือนใจเต้นรัวควบคุมไม่ได้ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นปาร์คโกอึนยิ้มอ่อนโยนเหมือนจะเอ็นดูที่เห็นเขาดีใจขนาดนี้ซึงฮยอนเลยยิ่งมั่นใจมากกว่าเดิม

            “นี่ตกลงว่า...”

            “ปาร์คบมให้อนุญาตสิทธิ์พิมพ์เรื่องโมรันกับสำนักพิมพ์ของคุณค่ะ”

            “ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆ นะครับ”

            ซึงฮยอนโค้งขอบคุณพี่สาวของนักเขียนเจ้าของผลงานไม่หยุดและเผลอจับมือของเธอที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกันมาเขย่าด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องรีบปล่อยมืออย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่านิ้วนางข้างซ้ายของเธอมีแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวบนตัวเรือนทองคำขาวสวมอยู่ บก. หนุ่มยิ้มเก้อๆ แต่ยังโค้งขอบคุณไม่หยุด

            “ขอบคุณนะครับ ขอบคุณมาก”

            “ไม่เป็นไรค่ะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ”

            “ครับ”

            ปาร์คบมยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นท่าทางดีใจเหมือนเด็กๆ ของซึงฮยอน แต่เธอเข้าใจดีว่าหนุ่มหน้าคมที่เอาแต่จ้องสัญญาแล้วยิ้มไม่หุบนั้นรู้สึกอย่างไร ความรู้สึกนั้นคงไม่ต่างจากตอนที่หนังสือเรื่องแรกของเธอได้ตีพิมพ์ ถึงจะอิ่มใจจากการที่ได้ช่วยให้ซึงฮยอนได้ทำหนังสือของตัวเอง แต่บมก็ยังรู้สึกเศร้าใจ

 

            สุดท้ายเธอก็ต้องเอางานที่เธอรักมาตีราคาจนได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- TBC -

 

 

 

 

Talk .... ตอนสองมาแล้วด้วยความว่าง ^^

ถ้ามีใครแวะมาขอให้เพลิดเพลินนะคะ ขอบคุณค่า

Comment

Comment:

Tweet

หนีกองงานมาเม้นแล้ววววว

แรงบันดาลใจของบมดูประหลาดมาก เมื่อเทียบกับนิยายเธอ... ทำไม... คุณยายที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรถึงออกมาเป็นนิยายฆาตรกรรมได้ล่ะ =[]=!? /ช็อคเล็กน้อย

แต่ในที่สุดบมก็ยอมให้นิยายตีพิมพ์แล้ว... เพื่อเงิน /น้ำตาไหล /แอบเข้าใจความรู้สึกนี้ /ข้ามไป แต่ว่าซึงฮยอนจะมีบทบาทยังไงกับบมต่อล่ะเนี่ย ถ้าต้องมีปรับแก้นิยายบมมี่จะวีนใส่มั้ย 555

ปล. เพิ่งสังเกตว่าบมสลับตัวกับพี่สาวอยู่... /ความรู้สึกช้า

ปล.2 เราชอบพี่เบค ดูเป็นพี่เบ๊คพี่เบค xD
แอบแว้บมาตอบเม้น
คุณ Devil_Nat ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^^
คุณ I'm STRANGE ซึงฮยอนโดนบมหลอกแล้วล่ะค่ะ
มาลุ้นกันเนอะว่าตอนรูความจริงจะเป็นไง
คุณ Aliener ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^^
พลอยไม่ได้เขียนอาชีพค่ะ เป็นมือสมัครเล่นเฉยๆ
ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมานะคะ ><

#4 By Little Girl on 2013-05-02 16:24

ภาษาสำนวนดีมากจ้าาา อ่านแล้วไม่สะดุดเลย เหมือนเป็นนักเขียนมืออาชีพมาหลายปี มีน้อยคนมากๆที่จะมีภาษาและสำนวนดีขนาดนี้อ่ะจ่ะตั้งแต่อ่านมา มาอัพเรื่อยๆนะจ่ะ รออ่านอยู่จ้าาา ขอบคุนที่แต่งฟิคสนุกๆมาให้อ่านจ้าาา ถ้าเป็นนักเขียนมืออาชีพจริงๆ ขอนามปากกาได้มั้ยจ่ะ จะไปติดตามผลงานจ้าาา

#3 By Aliener (103.7.57.18|171.100.128.65) on 2013-05-02 03:54

แอร๊ยยย ชอบท็อปบอมแบบนี้จังค่ะ ดูซิ นี่ซึงฮยอนเหมือนเด็กน้อยโดนบมมี่หลอกอยู่แหน่ะว่าเป็นพี่โกอึน เฝ้ารอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ big smile

#2 By I'm STRANGE (103.7.57.18|27.55.172.121) on 2013-04-30 14:06

รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ ^^

#1 By Devil_Nat (103.7.57.18|49.49.235.84) on 2013-04-29 22:08