[TOPBOM] : The Novel [3 /...]

posted on 04 May 2013 14:45 by ployniezzz in Writer directory Fiction
 
 
 
[Fic - TOPBOM] : The Novel [3 /...]

Paring : T.O.P - BIGBANG x Park Bom - 2NE1

Genre : AU

A/N : Fiction is fiction.























             “คุณชเวซึงฮยอน นี่คุณกล้าดียังไงถึงมาเปลี่ยนงานต้นฉบับของฉันเนี่ย”

                เสียง หวานแว้ดกลับมาทันทีที่ซึงฮยอนกดรับสาย ปาร์คบมไม่ยอมเอ่ยทักทายด้วยซ้ำ บรรณธิการหนุ่มมองโทรศัพท์มือถือในมืออย่างงุนงงแต่คนปลายสายก็ยังโมโหไม่ เลิก

                “นี่คุณ ยังฟังฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย”

                “ฟังครับ” ซึงฮยอนเอ่ยตอบกลับไป “ผมเปลี่ยนต้นฉบับคุณบมแค่นิดหน่อยเองนะครับ งานจะได้สละสลวยขึ้น”

                “แต่ฉันไม่ชอบ!”

                เสียงหวานตอบกลับมาทันควันจนซึงฮยอนตกใจ เขาไม่เคยนึกมาก่อนว่าการแก้ไขงานเพียงเล็กน้อยของเขาจะทำให้นักเขียนสาวโมโหถึงขนาดนี้

 

                “คุณบมครับ ใจเย็นๆ ก่อนนะ... คือผม...”

 

                “ฉันกำลังจะเข้าไปที่บริษัท เดี๋ยวเราค่อยคุยกันทีเดียวเลยดีกว่า แค่นี้นะคะ”

 

                ปาร์ คบมกดตัดสายไปทันทีทิ้งให้ซึงฮยอนจ้องมือถืออย่างงุนงง เขาก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมบมถึงจะต้องโมโหมากมายกับแค่การที่เขา แก้ไขต้นฉบับ เพราะสิ่งที่เขาทำคือหน้าที่ของ บก. อยู่แล้ว ในการตรวจ แก้ ปรับแต่งให้ผลงานออกมาสละสลวยที่สุด

 

                “เป็นไง”

           ซอง เบคคยองค้ำแผ่นกั้นโต๊ะทำงานแล้วชะโงกหน้ามาหาหนุ่มรุ่นน้อง ซึงฮยอนมองบรรณาธิการอาวุโสที่ทำหน้าตาเหมือนสนุกกับการที่เขาโดนนักเขียน โทรมาอาละวาด เบคคยองใช้ดินสอในมือเคาะขอบสแตนเลสของที่แผ่นกั้นโต๊ะเป็นจังหวะก่อนจะเอ่ย บอกช้าๆ

                “นี่ฉันนึกว่าบมเขาจะหายป่วยแล้วนะเนี่ย อาการติสต์ขึ้นสมองของแม่นางยังไม่หายขาดอีกเหรอเนี่ย”

                “อะไรนะครับพี่”

                “ก็ บมเขาติสต์อ่ะ” เบคคยองวางท่าอย่างคนที่รู้อะไรมากกว่าแล้วเริ่มต้นเล่า “ที่จริงเขาเขียนงานเร็วนะ พลอตนิยายก็น่าสนใจ ไม่ค่อยซ้ำกับคนอื่นในตลาด แต่เขาเป็นคนเอาแน่เอานอนไม่ได้ ถ้าเขาขยันๆ เขียนหน่อย ป่านนี้พิมพ์หนังสือขายได้สักสองโหลแล้วมั้ง”

                “แล้วมันเกี่ยวกับที่เขาโทรมาโวยผมยังไงล่ะพี่”

               ซึง ฮยอนทำเสียงเซ็งสุดชีวิต ถึงแม้เขาจะเป็นคนใจเย็น แต่ก็ไม่ชอบให้ใครมาโวยวายใส่โดยไร้เหตุผล นี่เขายังไม่แน่ใจเลยว่าถ้าเจอหน้ากัน เขาจะระงับอารมณ์ไม่ทะเลาะกับคุณนักเขียนสาวคนนั้นได้หรือเปล่า

                “ก็ เขารักงานของเขาไงเขาเลยโวยวายกับแก เอาน่า อย่าไปคิดมาก เดี๋ยวพอบมมาก็พาไปนั่งคุยกับฮงจุนด้วยกัน รับรองว่าหัวหน้าแกเขาเคลียร์ได้อยู่แล้ว”

                เบคค ยองปลอบใจรุ่นน้องที่ยังทำคิ้วขมวดเป็นปมไม่เลิก ซึงฮยอนเปิดดูต้นฉบับที่เป็นที่มาของปัญหาอย่างเหนื่อยใจ เขาแก้ไขงานของบมในช่วงบทที่หนึ่งถึงห้าไปบางส่วนและส่งให้เธออ่านพร้อมๆ กับที่ส่งให้แผนกพิสูจน์อักษรอ่านรอบแรก

 

                “อ้าว!”

 

                เสียง ร้องทักของซองเบคคยองทำให้ซึงฮยอนต้องเงยหน้าขึ้นมาจากต้นฉบับ และพบว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาคือ ปาร์คโกอึน พี่สาวคนสวยของคุณนักเขียนที่โทรมาโวยวายใส่เขาเมื่อครู่นี้ หญิงสาวสวมเสื้อฮู้ดแบบมีซิปด้านหน้าสีดำกับกางเกงขาสั้นและร้องเท้าสนีก เกอร์ ทำให้ซึงฮยอนรู้สึกแปลกตา เพราะทุกครั้งที่เจอกันเขาจะเห็นปาร์คโกอึนมักจะสวมเดรสเสมอ

 

                “บม ทำไมมาไวจัง พี่เพิ่งได้ยินเธอโทรมาวีนซึงฮยอนเมื่อกี๊เอง”

 

                “พี่เบคคยอง สวัสดีค่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

 

                คน โดนทักโค้งทักทาย บก. หนุ่มร่างเล็กที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาดี เพราะเบคคยองทำงานที่สำนักพิมพ์นี้มาตั้งแต่บมเริ่มส่งผลงานมาตีพิมพ์ใหม่ๆ หญิงสาวมองหน้า บก. ที่ดูแลหนังสือให้เธออย่างเคืองๆ ยิ่งเห็นซึงฮยอนทำหน้างงๆ เหมือนไม่สะทกสะท้านเลยยิ่งเคืองหนัก แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าซึงฮยอนยังเข้าใจว่าเธอเป็นปาร์คโกอึนอยู่คนที่ เริ่มจะเหงื่อตกเลยกลายเป็นเธอเสียเอง

 

                “พี่เบคคยอง คุณผู้หญิงคนนี้ชื่ออะไรนะครับ”

 

              ซึงฮยอนลุกจากเก้าอี้เดินมาหารุ่นพี่ที่ยืนกับหญิงสาวที่เพิ่งมาใหม่ ซึงฮยอนพยายามสบตากับหญิงสาวที่เสหลบตามองไปทางอื่นตลอดเวลา

                “ก็บมไง นี่แกเจอเขาตั้งหลายครั้งจำเขาไม่ได้เหรอ”

 

                เบคค ยองเอ่ยถามแล้วมองหน้ารุ่นน้องอย่างสงสัย ก่อนจะหันมองหน้าปาร์คบมที่ดูเจื่อนๆ ไปอย่างเห็นได้ชัด ซึงฮยอนถอดแว่นสายตาที่สวมอยู่ออกและเอ่ยถามช้าๆ ชัดๆ

 

                “นี่คือคุณปาร์คบมใช่ไหมครับ”

 

                “ใช่” เบคคยองพยักหน้ารับและรู้สึกว่าชักจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลระหว่างสองคนนี้แล้วแน่ๆ “เนี่ยละ ปาร์คบมที่โทรมาด่าแกเมื่อกี๊ไง”

 

                “เข้าใจละ”

 

                ซึง ฮยอนพยักหน้ารับก่อนจะจ้องหน้าหญิงสาวที่เอาแต่หลบตาคนนั้นอย่างเอาเรื่อง เบคคยองเห็นประกายแวววับในดวงตาคมของซึงฮยอนแล้วก็นึกเสียวไส้แทนบมอย่างบอก ไม่ถูก เพราะรุ่นน้องเขาคนนี้เวลามันเอาเรื่องขึ้นมาซึงฮยอนก็ไม่เคยยอมใครเหมือน กัน

 

                บก. ดื้อๆ กับนักเขียนติสต์แตกมาเจอกันนี่ก็สมน้ำสมเนื้อดีอยู่หรอกนะ









 

                “พี่เบคคยองคะ พี่ฮงจุนอยู่ไหมคะ”

 

                ใน ที่สุดบอมก็ยอมเปิดปากพูด แต่ยังไม่ยอมสบตาซึงฮยอนที่จ้องมาไม่วางตา เธอไม่ชอบสายที่คุณ บก. คนนี้มองมาเลยจริงๆ เพราะสายตานั่นกำลังดุเธอที่โกหกเขาอยู่ ถ้าจะจ้องกันแบบดุๆ ขนาดนั้นก็พูดออกมาเลยไม่ดีกว่าหรือยังไง

 

                “อยู่ในห้องทำงานมันนั่นแหละ เธอไปเคาะประตูเลย”

 

                “ขอบคุณค่ะ ขอตัวนะคะ”

 

                ปาร์ คบมรีบเอ่ยตัดบทและเดินไปตรงไปที่ห้องทำงานของปาร์คฮงจุน แต่ก็แอบเหลือบด้วยหางตาและเห็นว่าซึงฮยอนกำลังเดินตามหลังมา ระยะที่อีกฝ่ายตามมานั้นไม่ได้ใกล้ แต่ก็ไม่ห่างนัก ระยะแบบนั้นทำให้เธออึดอัดจนมากกว่าสบายใจอย่างที่ควรจะเป็น

 

                มือ เรียวยกขึ้นเคาะประตูห้องทำงานของฮงจุนโดยทำเป็นไม่ใส่ใจซึงฮยอนที่ยืนกอดอก อยู่ด้านหลัง เมื่อเจ้าของห้องส่งเสียงเอ่ยตอบให้เข้าไปข้างในเธอเลยรีบเปิดเข้าไป แต่อีกคนที่เดินตามมาก็ไวใช่เล่น เพราะซึงฮยอนก้าวเท้าเข้าห้องหังหน้าบรรณาธิการพร้อมๆ กันกับเธอ ตากลมโตตวัดไปมองคนที่ตามมาอย่างไม่พอใจและบ่นเสียงดัง

 

                “นี่คุณตามมาทำไมเนี่ย ฉันจะคุยกับพี่ฮงจุน”

 

                “ผมก็มีเรื่องจะคุณกับพี่เขาเหมือนกัน”

 

              ซึงฮยอนเอ่ยตอบหน้าตายแถมยังเดินไปถือวิสาสะลากเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของฮงจุนมานั่งหน้าตาเฉยจนปาร์คบมแทบจะควันออกหูอีกรอบ

                “ก็ให้ฉันคุยเสร็จก่อนซิคะ”

 

                “ถ้าคุณจะคุยเรื่องต้นฉบับผมก็ควรรู้ด้วย เพราะยังไงผมก็เป็น บก. ที่รับผิดชอบหนังสือเรื่องโมรัน”

 

            “แต่ว่า...”

               “พอ ละ” ปาร์คฮงจุนเอ่ยขัดคอไม่ให้นักเขียนสาวกับ บก. หนุ่มทะเลาะกันมากไปกว่านี้ “บม มานั่งนี่มา ถ้าจะคุยเรื่องต้นฉบับก็คุยมันพร้อมกันนี่แหละ”

                “ค่ะ”

 

              ปาร์ คบมถอนหายใจอย่างขัดใจ แม้เมื่อครู่เธอจะนึกกังวลว่าซึงฮยอนจะพูดยังไงเรื่องที่เธอแกล้งหลอกว่า เป็นปาร์คโกอึน แต่เห็นท่าทางดื้อๆ จนเกือบจะกวนประสาทของ บก. คนนี้ เธอก็ลืมความกังวลนั่นเสียสนิทกลายเป็นกลับมาโมโหเรื่องต้นฉบับแทน

                “อ่ะ คราวนี้มีอะไรว่ามา”

              ปาร์ คฮงจุนวางปากกาในมือและนั่งกอดอกรอฟังคู่กรณีทั้งสองคนอย่างใจเย็น เขาเห็นลูกพี่ลูกน้องสาวของตัวเองเหลือบมองลูกน้องของเขาเหมือนจะให้อีกฝ่าย พูดก่อน แต่ซึงฮยอนก็ยังนั่งนิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน สุดท้ายจอมงอแงอย่างปาร์คบมเลยฟ้องออกมาก่อน

                “ลูกน้องพี่เขาแก้ต้นฉบับงานน้องค่ะ”

 

                “ก็ผมเป็น บก. ผมก็ต้องแก้ให้งานมันดีขึ้นสิ”

 

                “แต่ทำไมคุณไม่บอกก่อนล่ะว่าจะแก้ ถ้าคุณบอกมาก่อนฉันจะได้ไม่ขาย”

 

            ปาร์ คบมเถียงอย่างไม่ลดละ ฮงจุนเห็นซึงฮยอนทำหน้าอึ้งไปตอนที่บมพูดจบ เขาเจออิทธิฤทธิ์ของบมมาหลายหนทั้งในฐานะญาติสนิทและในฐานะ บก. ที่ทำหนังสือให้ ปาร์คบมเป็นคนพิถีพิถันเรื่องงานที่จะสั่งพิมพ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องต้น ฉบับ

                “ผมเป็น บก. ถ้าผมเห็นว่าการใช้คำมันฟุ่มเฟือย หรือว่ามันไม่โอเคผมก็มีสิทธิ์เสนอแก้ได้นี่”

 

                “แก้ได้เหรอ” ปาร์คบมทำหน้าเหมือนจะเป็นลมเต็มที “ถ้าคุณแก้งานฉัน ลายเซ็นที่ฉันทิ้งเอาไว้ในงานมันก็หายไปหมดน่ะสิ”

 

                “ผมแค่ตัดพวกคำเชื่อมเองนะ ไม่ได้แก้อะไรเยอะเลย”

                ซึง ฮยอนก็เถียงไม่อย่างไม่ยอมแพ้จนฮงจุนนึกขำ เด็กคนนี้เข้ามาทำงานที่สำนักพิมพ์ตั้งแต่เรียนจบ ซึงฮยอนอาจจะไม่ใช่คนที่จบด้านการทำหนังสือมาโดยตรงแต่เป็นคนที่ใช้ภาษาได้ ดี เขาเลยเลือกมาเป็นลูกมือให้ฝึกหัดทำหนังสือไปก่อน จนพอบมเปรยๆ ว่าอยากขายต้นฉบับ เขาเลยเลือกซึงฮยอนให้ทำหนังสือเล่มนี่

 

                “เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆ ทั้งสองคนนั่นแหละ”

 

                ฮงจุน ห้ามทัพสองคนที่ตั้งหน้าตั้งตาจะตีกันอีกรอบ บรรณาธิการบริหารหนุ่มของสำนักพิมพ์นาบิมองหน้าลูกน้องสลับกับลูกพี่ลูกน้อง อย่างเหนื่อยใจก่อนจะเลือกเอ่ยอย่างไม่เข้าข้างฝ่ายไหนเพื่อรักษาน้ำใจทั้ง สองฝ่าย

 

                “บม พี่เห็นด้วยนะที่ซึงฮยอนเขาพูด เพราะพี่อ่านต้นฉบับที่เขาช่วยแก้ให้ก็คิดว่าดีขึ้น หยุด..อย่าเพิ่งเถียง” ฮงจุนเอ่ยปากสั่งหญิงสาวที่ทำหน้างอก่อนจะพูดต่อ “ถ้าเธอรักในอาชีพนักเขียนของเธอ เธอก็ควรให้เกียรติซึงฮยอนที่ทำหน้าที่ บก. ของเขาด้วย ต้นฉบับเป็นของเธอแต่หนังสือเป็นของเราทุกคน ถ้าผลงานมันออกมาดีมันก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ”

 

                “ก็เขาไม่บอกน้องก่อนว่าจะแก้ต้นฉบับนี่”

 

                ปาร์ คบมยังเถียงอย่างไม่ยอมแพ้จนฮงจุนต้องส่ายหน้า เพราะบมตั้งท่าจะไม่ยอมรับการแก้ไขผลงานนี่ท่าเดียว ที่จริงเขาทำงานหนังสือมาหลายปีจนรู้ว่ามีนักเขียนบางคนที่เป็นเหมือนบม คือไม่ยอมให้ใครมาแก้ไขสำนวนของตัวเอง แม้เพียงนิดเดียวก็ไม่ได้ เพราะนักเขียนเหล่านั้นถือว่างานเขียนเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่อาจไม่ สมบูรณ์แบบแต่ก็งดงามในตัวเอง

 

                “ที่คุณหลอกผมว่าคุณชื่อปาร์คโกอึน ผมยังไม่โกรธคุณเลย”

 

                ซึง ฮยอนที่เงียบไปนานพูดขึ้นมาลอยๆ ฮงจุนเลยต้องหันไปมองหน้าน้องสาวที่จู่ๆ ก็หันไปสนอกสนใจภาพวาดทิวทัศน์ที่เขาติดไว้ที่ผนังอย่างกระทันหัน

 

                “บม แกล้งลูกน้องพี่เหรอ”

 

                “น้องเปล่านะคะพี่” บมส่ายหน้าเบาๆ “แค่ไม่ได้พูดความจริงแค่นิดเดียวเอง”

 

                “ปาร์คบม ขอโทษซึงฮยอนเดี๋ยวนี้เลย”

 

             ปาร์ คฮงจุนเอ่ยสั่งน้องสาวอย่างจริงจัง นิสัยขี้แกล้งของบมแก้เท่าไหร่ก็ไม่หาย เขาเองโดนน้องสาวคนนี้แกล้งบ่อยๆ ก็ไม่ได้ถือสาอะไรนัก แต่ซึงฮยอนที่ไม่เคยรู้จักบมมาก่อนอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้น และท่าทางนิ่งๆ ของซึงฮยอนก็ยิ่งทำให้เขาเดาใจลูกน้องคนนี้ไม่ถูก

              “ขอโทษค่ะ” ปาร์คบมยอมขอโทษแต่ก็มิวายสำทับ “คุณก็ต้องขอโทษที่แก้งานฉันโดยไม่ยอมบอกเหมือนกัน”

                “ผมไม่ขอโทษ”

               คำ พูดของซึงฮยอนทำให้ปาร์คบมโมโหขึ้นมาอีกยก ฮงจุนแทบอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะตายให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป ทั้งๆ ที่เมื่อครู่บมยอมอ่อนให้แล้วแท้ๆ เชียว

                “ไม่ขอโทษได้ยังไง ถ้าคุณไม่เกรงใจฉันเพราะคุณเป็น บก. อย่างน้อยก็ให้เกียรติฉันที่แก่กว่าสักหน่อยซิ”

 

                หญิง สาวโวยวายอย่างเหลืออด เธอเริ่มหงุดหงิดจนอยากจะฉีกสัญญาที่ให้อนุญาตสิทธิ์พิมพ์เรื่องโมรันให้รู้ แล้วรู้รอดไป แต่ บก. หนุ่มตาคมคนนั้นกลับทำท่าทางเฉยๆ เหมือนไม่ใส่ใจ

 

                “ผมไม่ขอโทษ เพราะผมทำงานของผมไม่ได้ทำอะไรผิด”

 

                “คุณ..”

 

                ปาร์ คบมพูดไม่ออกเมื่อเห็นท่าทางดื้อแพ่งของอีกฝ่าย หญิงสาวหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากฮงจุน แต่พี่ชายกลับส่ายหน้าเป็นเชิงว่าช่วยอะไรไม่ได้

 

                “นี่ตกลงว่าคุณยืนยันจะแก้งานฉันให้ได้ใช่ไหม”

 

                “ผมแก้ให้ ตรงไหนที่คุณไม่พอใจก็แก้ส่งกลับมา แค่นี้เอง”

 

                ซึง ฮยอนจ้องหน้าหญิงสาวที่เม้มปากแน่นอย่างโมโห ที่จริงปาร์คบมน่ารักเหมือนตุ๊กตาอยู่แล้วแม้ว่าจะทำหน้าเฉยๆ พอทำหน้างอแบบนี้ก็ยังดูน่ารักอยู่ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดีก่อนจะเอ่ยเหมือนประชด

 

                “ก็ได้ๆ อยากจะแก้งานฉันก็แก้ไปเลย”

 

                “บม อย่าทำตัวไม่น่ารักแบบนี้สิ”

 

                ฮงจุน เอ่ยเตือนน้องสาวที่ทำท่าทางเอาแต่ใจจนถ้าเป็นเด็กๆ เขาคงจะตีเอาสักที ซึงฮยอนเลิกคิ้วใส่หญิงสาวที่ยังหน้างอไม่เลิกก่อนจะหันไปคุยกับฮงจุนแทน

                “งั้นผมไปทำงานต่อนะครับพี่”

 

                “โอเคๆ ขอโทษด้วยนะซึงฮยอน”

 

                “ไม่เป็นไรครับ”

 

                ซึง ฮยอนลุกขึ้นโค้งลาฮงจุนและหันมาทำหน้ากวนประสาทใส่ปาร์คบมทีหนึ่งจนฮงจุน ต้องหัวเราะออกมา เขาไม่เคยนึกว่าซึงฮยอนก็มีมาดกวนๆ แบบนี้เหมือนกัน ส่วนน้องสาวเขาก็นั่งบ่นงึมงำแบบที่เขาจับใจความได้ว่า คนบ้าบ้าง เด็กนิสัยไม่ดีบ้าง ท่าทางอารมณ์เสียของปาร์คบมจะไม่จบง่ายๆ สุดท้ายเขาเลยต้องโอ๋น้องด้วยการชวนออกไปหาเค้กกับน้ำชาทานกันที่ร้านใกล้ๆ หญิงสาวเลยดูอารมณ์ดีขึ้นมาทันตา

 

เดี๋ยวจะต้องกระซิบซึงฮยอนเสียหน่อยว่าให้เอาเค้กไปล่อเวลาที่จะแก้ต้นฉบับของบม

 

----------------------------

               

                “ป้าไม่ชอบเลยค่ะที่พวกตำรวจสงสัยว่าคุณหนูจองอาของป้าเป็นคนร้าย”

 

                อิม จียอน พี่เลี้ยงของจางจองอาเอ่ยเบาๆ ขณะที่แปรงผมให้หญิงสาวที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ ในบรรดาคนในบ้านตระกูลจาง จียอนเป็นคนทำงานบ้านที่อยู่มานานที่สุดเพราะหญิงวัยหกสิบคนนี้เป็นคนดูแล คุณแม่ของจองอา ก่อนที่จะเปลี่ยนมาดูแลเธอเต็มตัวเมื่อเธอคลอด

 

                “เพราะว่าหนูดูมีความแค้นกับคุณนายยองเอที่สุดไงคะ”

 

                จอง อาตอบเบาๆ พลางยิ้มผ่านกระจกเงาให้แม่นม ป้าจียอนของเธออายุเพียงแค่หกสิบปีแต่ผมกลับขาวทั้งศรีษะเหมือนหญิงชรา มือเล็กเอื้อมไปกุมมือที่เริ่มเหี่ยวย่นของจองอาไว้เบาๆ

 

                “แค่ป้าเชื่อว่าหนูไม่ได้ทำก็พอแล้วล่ะค่ะ”

 

                “ป้าเชื่อค่ะ คุณหนูของป้าไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ”

 

                หญิง สาวยิ้มอ่อนให้แม่นมอีกครั้ง เธอสังเกตเห็นว่าจียอนดูเคร่งเครียดขึ้นเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ จองอาไม่แปลกใจเพราะจียอนเป็นคาทอลิคที่เคร่งครัดต้องไปสวดที่โบสถ์ทุกวัน อาทิตย์ เธอเสียอีกทีไปโบสถ์นับครั้งได้ การที่มีคนฆ่ากันตายในบ้านที่จียอนอยู่จึงเป็นเรื่องที่ทำให้แม่นมของเธอไม่ สบายใจนัก

                จองอาเองก็ไม่สบายใจเช่นกัน เพราะเธอไม่รู้เลยว่าใครกันแน่ที่เป็นคนฆ่าคุณนายยองเอ

 




 

                ซึง ฮยอนละสายตาจากต้นฉบับบทที่หกที่กำลังแก้อยู่ ส่วนปึกต้นฉบับบทที่ห้าที่บมตอบตกลงยอมรับการแก้ไขของเขานั้นเสร็จเรียบร้อย แล้ว ร่างสูงหมุนคอและขยับไหล่เพื่อไล่ความเมื่อยล้า นาฬิกาที่ออฟฟิศบอกเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว แต่เพราะเขายังแก้งานไม่เรียบร้อยนักเลยตัดสินใจว่าจะอยู่ทำงานต่อ

                ร่าง สูงกำลังชั่งใจว่าจะเดินไปเติมกาแฟดีหรือไม่ เพราะวันนี้เขาดื่มเครื่องดื่มรสขมนั่นไปหลายแก้วแล้ว ถ้าดื่มอีกอาจจะตาค้างนอนไม่หลับไปทั้งคืน โทรศัพท์มือถือของเขาที่วางอยู่ใกล้ๆ ดังเตือนว่าแบตเตอรี่เหลือน้อยมากไม่ถึงสองเปอร์เซ็น วันนี้เขาไม่ได้หยิบอุปกรณ์ชาร์ตแบตมาเลยแม้แต่อย่างเดียวทั้งสายชาร์ตและ แบตเตอรี่เสริม ซึงฮยอนจึงตัดสินใจว่าจะกดปิดเครื่อง แต่หน้าจอที่เปลี่ยนเป็นสายเรียกเข้าทำให้เขาคิ้วขมวด

 

                “สวัสดีครับ”

 

                “คุณ บก. ใหญ่ แก้งานฉันไปถึงไหนแล้วคะ”

 

                เสียงประชดประชันหวานๆ ของบมลอดสายออกมาทำให้ซึงฮยอนอยากหัวเราะ เพราะจู่ๆ เขาก็นึกถึงตากลมๆ ที่หรี่ลงอย่างไม่พอใจนั่นขึ้นมา

 

                “ยังแก้ไม่ถึงไหนครับ บทที่หกยังไม่เสร็จ”

 

                “โอเค งั้นฉัน...”

 

                จู่ๆ เสียงของปาร์คบมก็ขาดหายไป ซึงฮยอนเลยเลื่อนโทรศัพท์ที่แนบหูมาดูและพบว่าแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่น้อยนิด นั้นหมดสนิทลงไปแล้ว เขาเลยตัดสินใจเปิดหน้าเมลล์ขึ้นมาเขียนถึงนักเขียนสาวที่ยังคุยกันไม่จบแทน

 

 

                “โอเค งั้นฉันวางละ คงไม่ต้องนั่งรอคุณส่งเมลล์งานมาให้ดูคืนนี้ ฮัลโหล... คุณซึงฮยอน”

 

                ปาร์คบมเลื่อนโทรศัพท์มาดูและเห็นว่าอีกฝ่ายตัดสายไปแล้ว หญิงสาวหงุดหงิดจนกดโทรกลับไปอีกรอบ แต่ซึงฮยอนปิดเครื่องไปแล้ว

 

                “คนไม่มีมารยาท มาวางสายใส่คนอื่นแบบนี้ได้ยังไง”

 

                หญิง สาวกำลังจะส่งข้อความไปโวยวาย แต่โทรศัพท์เตือนว่ามีอีเมลล์เข้ามาเธอเลยตัดสินใจกดเปิดดู เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของคนที่ตัดสายไปบอมเลยยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม

 

 

                คุณปาร์คบม

                มือถือผมแบตหมดสนิทขอโทษด้วยครับ งานที่แก้อยู่ยังไม่เสร็จเลยถ้าเสร็จแล้วจะรีบส่งให้นะครับ

                ฝันดีครับ

                ซึงฮยอน





 

                ปาร์ คบมรู้สึกดีขึ้นมาเมื่อได้รู้ความจริงว่าซึงฮยอนไม่ได้จงใจจะตัดสายทิ้ง หญิงสาวแตะหน้าจอจะเขียนเมลล์กลับแต่ก็ตัดสินใจกดทิ้งก่อนจะวางมือถือเอาไว้ ที่โต๊ะข้างเตียง หญิงสาวบ่นอุบอิบเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดโคมไฟทำให้ห้องทั้งห้องมืดลง ปาร์คบมนึกถึงหน้ากวนๆ ของคนที่ส่งอีเมลล์มาแล้วก็บ่นอุบอิบกับตัวเองอีกรอบ

 

                “มาบอกฝันดีอะไรกัน ฉันไม่ได้บอกจะนอนซักหน่อย นายมารู้เรื่องของฉันได้ไง”

 











- TBC -










Talk ...... ตอนนี้มาแล้วค่ะ อ่านแล้วเป็นยังไงบ้าง ติชมกันได้เลยนะคะ ^^
ถ้าใครอยากติดต่อพลอยโดยตรงทางทวิตเตอร์ก็นี่เลยค่ะ @PIoyniez นะคะ
ขอบคุณค่า ^^

Comment

Comment:

Tweet

ป้ากับปู่เถียงกันแบบไม่มีใครยอมใครจริงๆ คิคิ ติสตัวแม่เรยป้าหน่่ะส่วนอิปู่ก็ช่างกวนได้โล่จริงๆ เหมาะสมกันที่สุด!!!

#2 By Piktai (103.7.57.18|206.53.152.4) on 2013-05-08 22:57

น่ารักมากๆเลยค่ะ ตัวละครมีบทบาทที่น่ารักและดูสมจริฝมาก อ่านไปนึกภาพตามไปได้เลยค่ะ ชอบที่ให้บอมดูเหมือนเด็กเอาแต่ใจ น่ารักมากๆ ส่วนท็อปก็ดูเป็นคนโตๆหน่อย ชอบตอนที่บอกฝันดีครับมากค่ะ ดูเป็นผชที่น่ารักดี ติดตามอยู่เรื่อยๆนะค่ะ เสียดายทึ่ไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ เพราะอยากติดตามอ่านมากๆค่ะ ชอบทุกเรื่องเลยค่ะ ถึงจะแต่งแค่ในนี้ แต่ฝีมือเป็นระดับอาชีพมากๆ

#1 By Aliener (103.7.57.18|171.100.128.65) on 2013-05-07 02:56